เหตุโจมตีนองเลือดครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของปากีสถาน เริ่มต้นเมื่อเวลาประมาณ10.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น ของเมื่อวันอังคาร โดยกลุ่มคนร้ายที่แต่งกายด้วยเครื่องแบบทหาร บุกโจมตีโรงเรียนที่อยู่ในการบริหารของกองทัพในเมืองเปชวาร์ จังหวัดไคเบอร์ ปักตุนควา ซึ่งหลังเกิดเหตุ หน่วยคอมมานโดของกองทัพ ได้รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุและมีการยิงต่อสู้กับคนร้ายก่อนจะสามารถยุติวิกฤตการณ์ลงได้เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. ตามเวลาในท้องถิ่น หรือราว 20.30 น. ตามเวลาในไทย หรือราว 8 ชั่วโมง หลังเกิดเหตุ
ทหารสามารถช่วยเหลือตัวประกัน ที่เป็นครูและนักเรียนหลายสิบคน โดยเกือบทั้งหมดเป็นเด็กนักเรียน นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บเป็นนักเรียน 121 คน และครู 3 คน
เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ แต่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากระเบิดที่คนร้ายติดตั้งไว้ รายงานระบุว่า คนร้ายได้เปิดฉากโจมตีด้วยระเบิด ก่อนบุกเข้าในโรงเรียนและจับตัวประกันไว้
นักเรียนคนหนึ่งบอกว่า คนร้ายมีปืนกล และเปิดฉากยิงไม่เลือกหน้าทันทีที่เข้าไปในโรงเรียน ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ เล่าว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังถึง 10 ครั้ง
กลุ่มเทห์รีค-อี-ตาลิบัน ปากีสถาน หรือ ทีทีพี อ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ และสั่งให้ยิงเฉพาะเด็กโตเพื่อแก้แค้นที่กองทัพกวาดล้างสมาชิกของกลุ่มในจังหวัดนอร์ธ วาซิริสถาน ใกล้กับเปชวาร์
โรงเรียนที่เกิดเหตุเป็น 1 ในโรงเรียน 146 แห่งทั่วประเทศที่อยู่ภายใต้การบริหารของกองทัพ และมีเด็กนักเรียนอายุระหว่าง 10-18 ปี ซึ่งเป็นลูกของทหาร ส่วนครูที่สอนส่วนใหญ่ก็เป็นภรรยาของทหาร
นายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ ประกาศให้ไว้อาลัยทั่วประเทศแก่ผู้เสียชีวิตนาน 3 วัน และบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนครั้งนี้เป็นโศกนาฏกรรมระดับชาติ ส่วนคนที่อยู่เบื้องหลังการก่อการร้ายครั้งนี้จะไม่ปล่อยให้ลอยนวลได้แน่
ด้านมาลาลา ยูซาฟไซ เด็กสาวชาวปากีสถานเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ ที่รอดชีวิตจากการถูกกลุ่มตาลีบันยิงที่ศีรษะ กล่าวว่า เหตุการณ์สังหารหมู่ในโรงเรียนที่เมืองเปชาวาร์ทำให้เธอหัวใจสลาย และประณามการกระทำที่เหี้ยมโหดและขี้ขลาดของตาลีบัน เธอบอกว่า รู้สึกเช่นเดียวกับคนนับล้านทั่วโลก เธอเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสียชีวิตของเด็กๆ ซึ่งเป็นเสมือนพี่และน้องของเธอ เราจะไม่มีวันพ่ายแพ้