ผู้ประท้วงหลายพันคนเดินขบวนไปตามท้องถนนในย่านแมนฮัตตันของนครนิวยอร์กเมื่อคืนวันพฤหัสบดี โดยหยุดนั่งพักปิดกั้นบริเวณสี่แยกในหลายจุดเป็นระยะๆ โดยมีตำรวจคอยเตือนให้สลายตัวไป และผู้ชุมนุมยอมถอนตัวก่อนเดินต่อไปยังจุดอื่น ทำให้บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปอย่างสงบและไม่มีการปะทะรุนแรง และมีผู้ประท้วงแบกโลง พร้อมกับถือป้ายที่มีข้อความเรียกร้องให้ยุติการเหยียดผิวด้วย แต่มีช่วงหนึ่งสถานการณ์ตึงเครียดตำรวจเข้าจับผู้ประท้วงบางคนในบริเวณย่านไทม์สแควร์
นอกจากนี้ยังมีการชุมนุมในอีกหลายเมือง เช่น ชิคาโก ดัลลัส ฟิลาเดลเฟีย บอสตัน และที่กรุงวอชิงตัน มีผู้ชุมนุมเดินผ่านกระทรวงยุติธรรมด้วย
การชุมนุมดำเนินต่อเนื่องเป็นคืนที่สอง และมีผู้ถูกจับกุมในหลายเมืองในคืนแรกรวมกว่า 80 คน การเคลื่อนไหวเกิดขึ้นหลังคณะลูกขุนชุดใหญ่ในนครนิวยอร์กมีคำตัดสินเมื่อวันจันทร์ไม่ตั้งข้อหา แดเนียล แพนทาเลโอ ตำรวจผิวขาวที่ล็อคคอ อีริค การ์เนอร์ ชายผิวดำไร้อาวุธวัย 43 ปี จนเสียชีวิตเมื่อเดือน ก.ค.แต่นายเอริก โฮลเดอร์รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐประกาศแล้วว่าจะมีการสอบสวนคดีนี้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิพลเมืองหรือไม่
ขณะเดียวกันกรณีของการ์เนอร์จุดประเด็นให้มีการสอบสวนว่าการกระทำของตำรวจเป็นการรัดคอในแบบที่ข้อบังคับของตำรวจห้ามไว้หรือไม่ ซึ่งทนายความระบุว่า ในวันเกิดเหตุลูกความไม่ได้ออกแรงกดตอนที่ใช้แขนล็อคคอจากด้านหลัง
ส่วนภาพในคลิปวันเกิดเหตุพบว่าเขาล็อคการ์เนอร์ที่คอและมีช่วงที่การ์เนอร์บอกว่าหายใจไม่ออกด้วย ผลชันสูตรพบว่า ตำรวจทำให้การ์เนอร์เสียชีวิตจากแรงกดที่คอและอก บวกกับการ์เนอร์มีโรคประจำตัว คือ หอบหืดและโรคอ้วนจึงเป็นปัจจัยเสริมที่ส่งผลให้เสียชีวิต
ตำรวจระบุว่า เขาใช้วิธีรัดคอแบบที่เรียกว่า เทคดาวน์ takedown ไม่ใช่แบบโช้คโฮลด์ chokehold ที่มุ่งปิดกั้นหลอดลมและเป็นท่าที่ห้ามทำ ระเบียบข้อบังคับของตำรวจสายตรวจยาว 2,000 หน้า ห้ามการัดคอแบบโช้คโฮลด์ แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าอนุญาตให้ทำได้หากอยูในสถานการณ์คับขันหรือไม่