แกนนำผู้ประท้วงฮ่องกงขอเวลาตัดสินใจใน 1 สัปดาห์
05 ธ.ค. 2557 | nation_ent

แกนนำการประท้วงในฮ่องกงขอเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อตัดสินใจว่า จะยกเลิกการชุมนุมหรือไม่
ข่าว
05 ธ.ค. 2557 | nation_ent

แกนนำการประท้วงในฮ่องกงขอเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อตัดสินใจว่า จะยกเลิกการชุมนุมหรือไม่
บรรดาแกนนำนักศึกษาฮ่องกง ระบุว่า พวกเขากำลังจะตัดสินใจกันภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้าว่า จะออกจากพื้นที่ชุมนุมที่พวกเขาปักหลักยึดครองกันมานานกว่า 2 เดือนหรือไม่ หลังจากมีการปะทะกันอย่างรุนแรงหลายครั้ง
การชุมนุมเพื่อเรียกร้องสิทธิในการเลือกผู้นำของตัวเองอย่างเสรีและเป็นสากล สามารถดึงคนเข้าร่วมได้หลายหมื่นคนในช่วงแรกๆ แต่จำนวนได้ลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากการสนับสนุนของสาธารณชนค่อยๆ จางหายไป ซึ่งหนึ่งในแกนนำการประท้วง ได้บอกว่า พวกเขาจะตัดสินใจกันภายในหนึ่งสัปดาห์ว่า จะออกจากสถานที่ชุมนุมใหญ่ที่เหลืออยู่ 2 แห่ง ในย่านศูนย์กลางธุรกิจของฮ่องกงหรือไม่ หลังจากทางการเข้าเคลียร์พื้นที่่ชุมนุมแห่งที่ 3 ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
การประกาศของแกนนำนักศึกษา ได้มีขึ้นหลังจากแกนนำการประท้วง 3 คน ของกลุ่มอ็อคคิวพายเซ็นทรัล ได้ยอมมอบตัวต่อตำรวจเมื่อวันพุธ อันเป็นสัญลักษณ์ของการยอมย้ายผู้ประท้วงออกจากเส้นทางการจราจร หลังจากเกิดการเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรงกับตำรวจปราบจลาจล ที่ด้านนอกของอาคารที่ทำการรัฐบาลเมื่อช่วงสุดสัปดาห์
จีนยืนยันว่า ผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษในปี 2560 จะต้องผ่านการคัดกรองจากคณะกรรมที่ภักดีต่อรัฐบาลปักกิ่ง ที่ผู้ประท้วงบอกว่า เป็นการเลือกตั้งที่จอมปลอม เพราะการทำเช่นนี้ก็เพื่อเป็นหลักประกันว่า ผู้นำฮ่องกงจะยังคงเป็นหุ่นเชิดของจีนต่อไป และแกนนำนักศึกษาต่างยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ว่า การปักหลักยึดถนนคือทางเลือกเดียวของพวกเขาในการบีบให้มีการปฏิรูป แต่ล่าสุด พวกเขาบอกว่า การตัดสินใจยกเลิกการชุมนุมก็เป็นทางเลือกใหม่ด้วยเช่นกัน
อีวอน เหลียง แกนนำสหพันธ์นักศึกษาฮ่องกง ที่เป็นหัวหอกในการจัดการชุมนุมใหญ่บนท้องถนนกล่าวว่า มีความจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจว่า จะอยู่หรือจะไปภายใน 1 สัปดาห์นี้ ซึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ต้องตัดสินใจถอนการชุมนุม ก็คือการใช้ความรุนแรงของตำรวจเมื่อวันอาทิตย์ ที่ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายสิบคน รวมทั้งตำรวจเองด้วย และยังรวมถึงกระแสกดดันจากสาธารณชน ที่ต้องการให้ผู้ประท้วงออกไปจากสถานที่ชุมนุม
ผู้ประท้วงต่างหลั่งไหลไปชุมนุมกันตามถนนสายต่างๆ เมื่อวันที่ 28 กันยายน เรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง และกีดขวางเส้นทางจราจรที่สำคัญบริเวณสี่แยกใหญ่ในย่านศูนย์กลางทางการเงิน แต่หนึ่งในพื้นที่ชุมนุม คือในย่านมงก็อก ได้ถูกตำรวจและเจ้าหน้าที่บังคับคดีเข้าเคลียร์พื้นที่แล้วตามคำสั่งศาล แต่สถานที่ชุมนุมใหญ่ด้านนอกอาคารที่ทำการรัฐบาล ในย่านแอดไมรัลตี้ยังคงอยู่และเต๊นท์ของผู้ชุมได้ตั้งขวางและกินพื้นที่หลายเลนบนถนนทางหลวงที่เป็นเส้นทางผ่านบริเวณที่เป็นหัวใจสำคัญของย่านธุรกิจ ส่วนสถานที่ชุมนุมแห่งที่สองที่มีขนาดเล็กกว่า ตั้งอยู่บนถนนในย่านคอสเวย์ เบย์ ซึ่งเป็นย่านช็อปปิ้งสำคัญ
ทอมมี่ เจิ้ง ซึ่งเป็นแกนนำสหพันธ์นักศึกษาฮ่องกงเช่นกัน ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า กำลังพิจารณาที่จะใช้กลยุทธ์ต่างๆ รวมทั้งเรื่องที่ว่าจะอยู่หรือไปด้วย ส่วนโจชัว หว่อง แกนนำการประท้วงของกลุ่มสกอลาริซึ่ม และเป็นแนวหน้าในการประท้วงบนถนน กล่าวว่า เขาจะทำงานร่วมกับกลุ่มสหพันธ์นักศึกษาฮ่องกง ในขั้นตอนต่อไป เขาบอกด้วยว่า จะมีการหารือกันภายในรวมถึงประสานงานและแลกเปลี่ยนแนวคิดซึ่งกันและกัน และเขาหวังว่า จะไม่พุ่งประเด็นไปที่การถอนการชุมนุมแต่เพียงอย่างเดียว แต่จะหารือกันในประเด็นที่ว่ารัฐบาลจะว่าอย่างไรด้วย
หว่องได้เริ่มอดอาหารประท้วงเมื่อคืนวันจันทร์ เพื่อกดดันให้มีการเจรจาครั้งใหม่กับรัฐบาล เกี่ยวกับการปฏิรูปการเมือง และมีนักศึกษาคนอื่นๆ เข้าร่วมอีก 4 คน และเขาเพิ่งประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จะเดินหน้าประท้วงด้วยการอดอาหารต่อไป แม้ว่า นายเหลียง ชุน-อิง หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษ จะไม่ยอมรับการประท้วงด้วยการอดอาหาร เพื่อเรียกร้องให้มีการเจรจาครั้งใหม่ก็ตาม
หว่อง ซึ่งปักหลักประท้วงอยู่ที่ด้านนอกอาคารที่ทำการรัฐบาล บอกด้วยว่า เขารู้สึกเวียนศีรษะ เนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ส่วนเบนนี่ ไถ้, ชาน คิน-แมน และชู อิ้ว-หมิง แกนนำกลุ่มอ็อคคิวพาย เซ็นทรัล เพิ่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันพุธ หลังจากเข้ามอบตัวต่อตำรวจ และยอมรับความผิดฐานชุมนุมโดยผิดกฎหมาย ซึ่งตำรวจบอกว่า จะดำเนินการสืบสวนต่อไป
นักวิเคราะห์หลายคน ระบุว่า การเคลื่อนไหวของแกนนำการประท้วงทั้ง 3 คน ก็เพื่อต้องการแสดงให้สาธารณชนเห็นว่า พวกเขามีคุณธรรม เพื่อที่จะได้รับความเห็นใจ และแสดงว่า พวกเขาปฏิบัติตามกฎหมาย ตำรวจระบุว่า มีผู้ที่เข้ามอบตัวเมื่อวันพุธ จำนวน 65 คน แต่ไม่ได้บอกว่า มีคนเข้ามอบตัวเมื่อวานนี้หรือไม่ ด้านสหรัฐ ยังคงสนับสนุนผู้ประท้วง และเรียกร้องให้การเลือกตั้งผู้นำของฮ่องกง เป็นการแข่งขันที่เสรี