เนชั่นทีวี

ข่าว

ครูเครียด....เลี้ยงลูกพิการยิงลูกดับก่อนฆ่าตัวตายตาม

11 พ.ย. 2557 | lastman

ครูเครียด....เลี้ยงลูกพิการยิงลูกดับก่อนฆ่าตัวตายตาม

ครูสอนดนตรีวัย 50 ปี ตัดสินใจยิงลูกชายที่สมองพิการ อายุ 21 ปี ก่อนเอาปืนกระบอกเดียวกันฆ่าตัวตายตาม พร้อมเขียนจดหมายลาตายเอาไว้ด้วย ครอบครัวคาดเครียดที่ต้องเลี้ยงลูกพิการนานหลายปี

ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุพ่อใช้อาวุธปืนยิงลูกชายพิการทางสมองและยิงตัวเองตายตาม เสียชีวิต 2 ราย อยู่บ้านเลขที่ 347/2 ม.1 ชุมชนหนองบัว 3 เขตเทศบาลนครอุดรธานี หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.สิงหราช แก้วเกิดมี พงส.ชำนาญการพิเศษ จึงออกไปตรวจสอบ พร้อมด้วยตำรวจสืบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และเจ้าหน้าทีมูลนิธิส่งเสริมธรรมสถานแห่งอุดรธานี

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ที่ห้องโถงชั้นล่างบริเวณหน้าประตู พบนางดารุณี คำมีคร อายุ 47 ปี หัวหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านจั่น ภรรยาและแม่ผู้ตาย ที่กอดศพสามีและลูกร้องไห้น่าเวทนา รวมทั้งญาติผู้ตายที่พากันกอดร้องไห้ พบศพ นายธีรเดช คำมีคร อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษ (ซี 8) สอนดนตรี โรงเรียนบ้านโคกทุ่งยั้ง ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เจ้าของบ้าน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนบริเวณขมับซ้าย ทะลุขมับขวา นอนจมกองเลือด 

ข้างมือด้านซ้ายของนายธีรเดช พบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ตกอยู่ ในลูกโม่พบกระสุนปืนจำนวน 3 นัด ยิงไปแล้ว 2 นัด ข้างกันพบศพนายพีระพัฒน์ หรือน้องปังปอนด์ คำมีคร อายุ 21 ปี บุตรชาย  สภาพศพนอนหงาย ห่มผ้า ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกัน บริเวณขมับขวากระสุนทะลุขมับซ้าย แพทย์ระบุเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง และพบจดหมายลาตาย เขียนด้วยลายมือผู้ตาย วางอยู่ข้างตัว 

สรุปใจความว่า "ถึงทุกคนอันเป็นที่รัก วันนี้เป็นทุกข์ยิ่งนัก คือทุกข์ที่เกิดขึ้นกับผมและลูกชาย เพราะสงสารลูก สงสารครอบครัว และสงสารตัวเอง แต่ก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขออโหสิกรรมให้ผมด้วย ชาติหน้าหากมีจริงขอเกิดมาเป็นครอบครัวกันใหม่อีกครั้ง พร้อมกับฝากญาติให้ดูแลภรรยาและลูกสาววัย 10 ปี ของผมด้วย ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนายบุญหลาย สุรีย์ อายุ 76 ปี พ่อตา ให้การว่า ครอบครัวตนอยู่รวมกัน 7 คน รวมทั้ง ลูกเขยและหลานชายที่เสียชีวิต ซึ่งผู้ตายเป็นครูส่วนลูกสาวของตนทำงานที่เทศบาลตำบลบ้านจั่น ทั้งคู่มีลูกชายหญิง 2 คน แต่ลูกชายคนโตกลับพิการทางสมอง ตัวโต แขนขาลีบ แต่ผู้ตายก็เลี้ยงลูกมาเป็นอย่างดี หลังเลิกงานก็จะกลับมาดูแลลูกพิการ ซึ่งมักจะร้องไห้ เอะอะโวยวาย ตามประสาคนพิการทางสมอง ซึ่งบางทีก็ได้ยินผู้ตายบ่นว่า ทำไมครอบครัวถึงมีกรรมหนัก ที่มีลูกชายพิการทางสมอง และผู้ตายไม่เคยมีปัญหาเรื่องด้านเงิน เพราะปกติเป็นคนมีฐานะดี  ไม่เล่นการพนัน ไม่เที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้าเล็กน้อย และชอบไปวัด

ก่อนเกิดเหตุ ช่วงเช้าวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้ไปดูที่นาจำนวน 4 ไร่ ที่ปลูกข้าวไว้ที่บ้านหนองใส ต.หนองนาคำ อ.เมือง กระทั่งเย็นได้กลับมาบ้าน รับประทานอาหารเย็นพร้อมครอบครัว ก่อนแยกย้ายกันไปนอน โดยผู้ตายและลูกนอนอยู่ชั้นล่าง 2 คน เพราะลูกชายจะโวยวาย ไม่ยอมนอนในเวลากลางคืน ผู้ตายจึงได้แยกมานอนชั้นล่างมาหลายปีแล้ว เมื่อคืนนี้ตนนอนอยู่ชั้นบน ก็ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติแต่อย่างใด กระทั่งรุ่งเช้า ตนได้เดินลงมาชั้นล่าง ก็คิดว่าผู้ตายกับลูกนอนหลับ แต่ได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งทั่วบริเวณบ้าน จึงเดินไปดูก็พบว่าลูกเขยยิงลูกและยิงตัวตาย แต่มีชาวบ้านใกล้เคียงได้ยินเสียงคล้ายปืนประมาณเวลา 02.00 น.โดยไม่เคยทราบมาก่อนว่าผู้ตายมีปืน หลังพบศพจึงแจ้งตำรวจมาทำการตรวจสอบ

ด้าน พ.ต.ท.สิงหราช แก้วเกิดมี พงส.ชำนาญการพิเศษ สภ.เมืองอุดรธานี สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ตายอาจจะเก็บกดและเครียดกับปัญหาครอบครัว เนื่องจากต้องเลี้ยงลูกพิการมานานหลายปี จึงตัดสินใจฆ่าตัวตายพร้อมลูกพิการ เพื่อตัดปัญหา โดยมีจดหมายลาตาย และขอโหสิกรรม ของผู้ตายเป็นหลักฐาน จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ต่อไป

ข่าวล่าสุด