ที่เกิดเหตุพบ ด.ช.ศรัณยู ยอดสาลี หรือ "น้องเวฟ" อายุ 9 ปี นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนวัดเสม็ด ยืนร้องไห้ตกใจด้วยความหวาดกลัว โดยมีชาวบ้าน และ รปภ.ของสถานีรถไฟ กำลังซักถามและช่วยกันปลอบขวัญ จากการตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล ในกระเป๋ากางเกงมีเงินสด จำนวน 500 บาท โดยในมือถือรถวิทยุบังคับไร้สาย จำนวน 1 คัน จึงนำตัวเด็กไปสอบถามข้อเท็จจริงที่ สน.บางกอกน้อย
จากการสอบถาม น้องเวฟ เล่าว่า พักอยู่กับ น.ส.ประภาพร สิงห์โตแก้ว อายุ 30 ปี ผู้เป็นแม่ ที่ จ.ชลบุรี ส่วนพ่อเลิกราไปนานแล้ว เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา มี น.ส.ฟิล์ม (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ลูกพี่สาวแม่นั่งรถแท็กซี่ไปหาตนและแม่ที่ห้องพัก จากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายก็คุยเรื่องอะไรกันบ้างอย่าง กระทั่ง น.ส.ฟิล์ม เดินออกจากห้องมาไหว้วานให้ตนเดินเข้าไปขอยืมเงินแม่ จำนวน 20 บาท พอตนนำเงินออกมาให้ น.ส.ฟิล์ม ก็พาตนนั่งรถแท็กซี่ เข้ามาในกรุงเทพฯ พาไปสถานที่ต่างๆ ซื้อรถของเล่นให้ก่อนนำมาปล่อยไว้ที่สถานีรถไฟและให้เงินติดตัวไว้ 500 บาท
ต่อมา พ.ต.ต.เฉลิมชัย ประสิทธิ์กุลไพศาล สว.สส.สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี ได้พา น.ส.ประภาพร เดินทางมาหาลูกชายที่ สน.บางกอกน้อย โดยทันทีที่ทั้งคู่เห็นหน้ากัน ก็ได้เข้าสวมกอดและหอมแก้มกันด้วยความยินดี หลังจากนั้น น.ส.ประภาพร ให้สัมภาษณ์ว่า น.ส.ฟิล์ม เป็นลูกของพี่สาวตน มีความผูกพันเป็นหลานแท้ๆ และเป็นลูกพี่ลูกน้องกับน้องเวฟ วันเกิดเรื่องช่วงบ่ายวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ฟิล์ม นั่งรถแท็กซี่ไปหาตนที่ห้องพัก เพื่อขอยืนเงิน 600 บาท เป็นค่ารถแท็กซี่ที่จ้างเหมามาจาก จ.ฉะเชิงเทรา พอถามก็ไม่บอกว่าจะนำเงินไปทำอะไร ประกอบกับไม่ยอมบอกว่าจะเดินทางไปไหนต่อ ตนจึงไม่ได้ให้เงินไป