พ้นขีดอันตรายแล้ว"สาวใหญ่เผาตัวเอง" เตรียมผ่าตัดพร้อมดูอาการใกล้ชิด
16 ต.ค. 2557 | nation_ent

ข่าว
16 ต.ค. 2557 | nation_ent

จากกรณีนางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ อายุ 52 ปีก่อเหตุใช้น้ำมันราดใส่ตัวเองก่อนจุดไฟเผาบาดเจ็บสาหัส ระหว่างที่มายื่นหนังสือร้องทุกข์กรณีเป็นหนี้นายทุนจนมีการเจรจาประนอมหนี้เหลืออยู่ที่ 1.5 ล้านบาททำให้รู้สึกเครียดคิดไม่ตกจึงมาร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล และเผาตัวเองจนเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือนำตัวส่งรพ.วชิระ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของเมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าที่รพ.วชิระ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16ตุลาคม นพ.ผลเลิศ พันธุ์ธนกุล รองคณบดีฝ่ายบริการปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ รพ.วชิระฯเปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าได้เข้าไปเยี่ยมผู้ป่วย พบว่าตอนนี้คนไข้ยังใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ แต่ไม่ได้มีอาการต้านเครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้ยังไม่ได้เคลื่อนย้ายคนไข้ไปไหน เบื้องต้นอาการพ้นขีดอันตรายแต่ยังอยู่ในระดับทรงตัวอยู่ แพทย์ยังไม่สามารถระบุว่าบาดแผลที่ถูกไฟไหม้ร้อยละ 50 ตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงลำตัวว่ามีความลึกระดับไหน เนื่องจากบาดแผลยังบวมอยู่ ซึ่งจุดนี้แพทย์ยังเป็นห่วง ต้องรอผลหลังจากทำการผ่าตัดอีกครั้งหนึ่งในช่วงบ่ายนี้(16 ต.ค.) เพื่อประเมินอาการต่อไป ส่วนหลังการรักษาแล้วอาการจะกลับมาปกติ อวัยวะใช้งานได้เหมือนเดิมไหม ต้องประเมินผลกันอีกครั้งนพ.ผลเลิศ กล่าวว่า ตอนนี้แพทย์เป็นห่วงเรื่องปัสสาวะที่มีการขับถ่ายออกมาน้อย เนื่องจากการไหลเวียนของเสียไปที่ไตน้อยกว่าปกติ ทำให้น้ำที่ให้คนไข้ไม่เพียงพอต่อร่างกาย แต่จากการวิเคราะห์ระบบไต พบว่ามีเกณฑ์ใช้ได้ปกติ ตอนนี้พบว่าคนไข้มีขวัญกำลังใจดี ชีพจรและความดันอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ปลายประสาทยังใช้ได้ ส่วนปอดนั้น จะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าต้องเข้ารับการเอ็กซเรย์หรือไม่ จากนี้ต้องค่อย ๆ ประเมินรอดูอาการคนไข้ต่อไปอย่างใกล้ชิด สำหรับดวงตาของคนไข้นั้น เบื้องต้นพบว่าอาการบวมที่ตายุบลงเล็กน้อย แต่เนื่องจากคนไข้ใช้เครื่องช่วยหายใจ จึงไม่สามารถสื่อสารกับแพทย์ผู้รักษาได้ ทำให้ยังประเมินเรื่องการมองเห็นได้ไม่ชัดเจน ต้องประเมินผลกันอีกที
นพ.ผลเลิศ กล่าวอีกว่า ช่วงเช้าทางมล.ปนัดดา ดิศกุล รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์มาสอบถามอาการคืบหน้าของผู้ป่วย ตอนนี้ทางรพ.ก็มุ่งรักษาคนไข้ให้หาย โดยสามารถโอนสิทธิ์การรักษาที่จ.ลพบุรีมารักษาที่รพ.วชิระฯได้ โดยจากสิทธิ์ฉุกเฉินตามกฎหมายสามารถรักษาได้ 72 ชั่วโมงหรือ 3 วัน ถ้านานกว่านั้นก็ต้องประสานสิทธิ์กันอีกครั้ง และดูว่าคนไข้มีความพร้อมที่จะสามารถย้ายโรงพยาบาลได้หรือไม่ ถ้าไม่ไหว ทางรพ.ก็จะดูแลจนกว่าอาการจะอยู่ในภาวะปลอดภัย