เนชั่นทีวี

ข่าว

ปิด 3-7 วัน อาชีวะเอกชนก่อเหตุ-แบล็กลิสต์ตัดสิทธิ์กู้ กยศ.

22 ก.ย. 2557 | nation_ent

ปิด 3-7 วัน อาชีวะเอกชนก่อเหตุ-แบล็กลิสต์ตัดสิทธิ์กู้ กยศ.

กระทรวงศึกษาธิการ - อาชีวะเอกชน เสนอมาตรการแก้เด็กตีกัน ขึ้นแบล็กลิสต์เด็กก่อเหตุเพื่อตัดสิทธิ์กู้เงิน กยศ. หวังกดดันเด็กเข็ดหลาบไม่วู่วามก่อเหตุ ด้านอาชีวะเอกชนกลุ่มเสี่ยงขานรับ มาตรการนายกฯ ปิดทันทีที่ก่อเหตุ 3-7 วัน ส่วน สช.จับตาโรงเรียนก่อเหตุครบ 2 ครั้ง ระบุก่อเหตุอีกครั้ง อาจเจอมาตรการปิดถาวรเมื่อวันที่ 22 กันยายน - นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับสถาบันอาชีวศึกษาเอกชน 18 แห่ง ประกอบด้วยสถาบันกลุ่มเสี่ยงและสถาบันที่ตั้งอยู่ใกล้สถาบันกลุ่มเสี่ยง เพื่อชี้แจงมาตรการป้องกันและจัดการกับนักเรียนที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ว่า สช. ได้ชี้แจ้งให้โรงเรีนกลุ่มนี้เข้าใจถึงมาตรการใหม่ซึ่งปรับตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ปิดสถานศึกษาที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาททันที 3-7 วัน พร้อมให้สถาศึกษาเสนอแผนป้องกันเหตุมาให้สช.พิจารณา หากผ่านความเห็นชอบจึงจะอนุญาตให้เปิดการเรียนการสอนนายบัณฑิตย์ กล่าวต่อว่า ทุกสถาบันยอมรับและเห็นชอบกับมาตรการดังกล่าว นอกจากนั้นยังมีการเสนอมาตรการอื่น ๆ เพิ่มเติม อาทิ ขอให้เพิ่มจุดเสี่ยงในการตรวจตรา โดยเฉพาะกรณีที่พบเห็นนักศึกษาจับกลุ่มขี่รถจักรยานยนต์ ให้รีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าแยกสลายกลุ่มทันที เพราะเป็นสัญญาณว่า เด็กอาจเตรียมก่อเหตุ ส่วนใหญ่เด็กมักรวมกลุ่มกันขี่จักรยานยนต์ไปก่อเหตุ ขณะเดียวกัน จะใช้มาตรการเหลื่อมเวลาเข้าเรียนและเลิกเรียนของโรงเรียนกลุ่มเสี่ยงด้วย โดยเฉพาะสถาบันที่เป็นคู่อริให้เลื่อนเวลาเข้าและเลิกเรียนไม่ตรงกัน รวมไปถึงอาจใช้มาตรการเหลือมเวลาเปิด-ปิดภาคเรียนไม่ให้ตรงกัน โดยเฉพาะช่วงก่อเหตุมักจะเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม -มิถุนายน และพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงเพิ่งเปิดภาคเรียน สถานศึกษาเสนอขอให้เพิ่มโทษทางกฎหมายสำหรับนักเรียนที่ก่อเหตุ ปัจจุบัน นักเรียนที่พกอาวุธถูกปรับแค่ 100 บาท และแค่มีครูฝ่ายปกครองมารับรอง ก็จะได้รับการปล่อยตัว ต่อไปจะให้ผู้ปกครองมารับเด็กด้วยตัวเองเพราะอยากให้ผู้ได้ปกครองได้รับรู้พฤติกรรมเด็กด้วย ในส่วนของสถานศึกษา ถ้าปล่อยปละละเลยจนเกิดเหตุซ้ำซาก ก็ต้องมีมาตรการลงโทษ โดยมาตรการที่ใช้อยู่ปัจจุบันจะให้สถาบันที่ก่อเหตุครบ 3 ครั้ง งดรับนักศึกษาทันทีในปีถัดไป ซึ่งขณะนี้มีสถาศึกษาที่ก่อเหตุครบ 2 ครั้งแล้ว 1 แห่ง อยู่ในการจับตาเป็นพิเศษจากสช. ถ้าก่อเหตุอีก 1 ครั้งก็จะต้องใช้มาตรการงดรับนักศึกษา และแนวโน้มน่าจะเป็นการปิดถาวรเพราะจำนวนนักศึกษาลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โรงเรียนก่อเหตุ 1 ครั้ง มีอยู่ 4 แห่ง ซึ่งสช.ก็จับตาอยู่เช่นกัน นายบัณฑิตกล่าวด้าน รศ.ดร.จอมพงศ์ มงคลวนิช นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อาชีวศึกษาเอกชนเห็นด้วยและเข้าใจความหวังดีของนายกฯ หากตรวจสอบชัดเจนว่าสถานศึกษาแห่งนั้นปล่อยปละละเลย ไม่มีมาตรการป้องกันปัญหาที่เหมาะสม ก็สมควรที่จะเข้าสู่มาตรการลงโทษโดยการสั่งปิดสถานศึกษาที่ก่อเหตุเป็นการชั่วคราว แต่อยากเสนอให้เพิ่มมาตรการสำหรับจัดการกับเด็กควบคู่ไปกับมาตรการลงโทษ สถานศึกษาด้วย โดยให้มีการขึ้นแบล็กลิชเด็กที่ก่อเหตุทันที รวมทั้งส่งข้อมูลมูลให้กองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อเพื่อให้กยศ. ขึ้นแบล็กลิสด้วย และให้มีผลต่อการกู้ยืมเงิน ที่เสนอมาตรการนี้เพราะต้องการให้เด็กเข็ดหลาบ ปัจจุบันการลงโทษเด็กตามกฎหมายอ่อนมาก เด็กจึงขาดการยั้งคิดเมื่อจะก่อเหตุ และเมื่อเด็กถูกให้ออกจากสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ก็สามารถย้ายไปเรียนที่อื่นและก่อเหตุต่อได้ แต่ถ้าให้กยศ.ขึ้นแบล็กลิสเด็กเหล่านี้ไว้ จะช่วยให้สถานศึกษาคัดกรองเด็กได้ระดับหนึ่ง และเด็กเองก็อาจจะมีความเกรงกลัว เพราะถ้าก่อเหตุก็อาจจะหมดสิทธิ์กู้กยศ.ไปด้วย ทั้งนี้ขอย้ำว่าการแก้ปัญหาเด็กทะเลาะวิวาทจะต้องทำหลายมาตรการพร้อม ๆ กัน และที่สำคัญต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจนกับตัวผู้ทำผิด ปัจจุบันกฎหมายค่อนข้างอ่อน ทำให้เด็กกล้าก่อเหตุ แม้ว่าสถานศึกษาจะดำเนินการตามมาตรการป้องกันในทุดด้านแล้ว รศ.ดร.จอมพงศ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด