จะเป็นตัวชี้วัดการบริหารจัดการน้ำ ตลอดคืนที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระขึ้นสูงมาอีกเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 15-20 เซ็นตอเมตร ตั้งแต่เขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระสูงขึ้นไปแล้ว 1.20 เมตร นอกจากน้ำจะล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนในที่ลุ่มของอำเภอเสนา และบางบาล ไปบ้างแล้ว และยังพบว่าอุปกรณ์เครื่องมือหนักของผู้รับเหมาก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังหน้าวัดบุญกันนาวาส ต.ไทรน้อย อ.บางบาล ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกน้ำเอ่อท่วมขนของหนีไม่ทันต้องปล่อยทิ้งเครื่องตอกปั่นจั่นจมน้ำ
นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มีการประชุมหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสั่งไปยังนายอำเภอ บางบาล เสนา ผักไห่ บางปะอิน บางไทรและอำเภอพระนครศรีอยุธยา รวม 6 อำเภอ ในพื้นที่ลุ่มต่ำ และถูกน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งซ้ำซาก ในช่วงฤดูน้ำเหนือไหลหลากลงมาเป็นประจำ สร้างผลกระทบต่อประชาชนและอาจจะทำให้ทรัพย์สิน บ้านเรือน ถูกน้ำท่วมเสียหาย
เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาเป็นไปตามความเสียหายจริง เนื่องจากน้ำท่วมบ้านเรือนเสียหายที่ผ่านมาพบว่าการช่วยเหลือจ่ายเงินชดเชยเยียวยาความเสียหายเกิดการร้องเรียนกันเป็นจำนวนมากว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการช่วยเหลือและหวั่นมีการแจ้งความเสียหายเกินความเป็นจริงสร้างความเสียหายแก่ภาครัฐ ในปีนี้จึงได้สั่งการไปยังนายอำเภอ ชุดแรก6 อำเภอข้างต้น เสี่ยงถูกน้ำท่วมก่อน ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต และ เทศบาล ถ่ายทำประวัติ บ้าน ทรัพย์สิน นาข้าว พืชสวน ก่อนน้ำท่วม ระหว่างน้ำท่วมและหลังน้ำท่วม เพื่อเป็นหลักฐานการช่วยเหลือเยียวยาตามความเป็นจริงและเป็นธรรมแก่ผู้ได้รับความเดือดร้อน
นายวิทยา เปิดเผยภายหลังการประชุมวิเคราะห์สถานการณ์น้ำว่า จากปริมาณน้ำผ่านภาคเหนือจำนวนมาก และเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มจะเพิ่มการระบายน้ำ เพื่อรองรับมวลน้ำจากภาคเหนือ ทำให้ในพื้นที่อำเภอเสนามีน้ำท่วมใต้ถุนบ้าน 450 หลังคาเรือน ส่วนน้ำท่วมพื้นบ้านที่อำเภอผักไห่ ประมาณ 10-15 เซนติเมตร มี 375 หลังคาเรือน ส่วนอีก 4 อำเภอ ที่คาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบ คือ อำเภอบางปะอิน บางไทร บางบาล และพระนครศรีอยุธยา
ซึ่งถือเป็นวิถีชีวิตของบ้านเรือนที่อยู่ริมน้ำ แต่ก็ได้กำชับให้ผู้นำคุ้มผู้นำซอยให้ความช่วยเหลือ 1 คน ต่อ 20 ครัวเรือน ทั้งเรื่องการสร้างสะพานชั่วคราว จัดหาเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนใช้ชีวิตได้ตามปกติ ส่วนพื้นที่การเกษตร ได้กำชับให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวให้แล้วเสร็จภายในปลายเดือนนี้ เพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และขณะนี้มีน้ำล้นตลิ่งเพียง 50 เซนติเมตร ซึ่งจะไม่ล้นคันกันน้ำหรือถนนที่ยกระดับไว้ด้านตะวันออกทั้งหมด ขณะเดียวกัน มีความกังวลกับลุ่มน้ำป่าสัก และลุ่มน้ำลพบุรี เนื่องจากลุ่มน้ำทั้ง 2 แห่งไม่สามารถกักเก็บน้ำได้มากนัก ประกอบกับต้องระบายผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
วันเดียวกัน ท่านผู้หญิง วิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ กรรมการบริหาร และประธานฝ่ายการสังคมสงเคราะห์ และคณะ เดินทางเยี่ยมครอบครัวเด็กกำพร้าจากเหตุการณ์อุทกภัย และได้รับทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบด้วย ครอบครัวเด็กชายกิตตินันท์ บุญณะ ศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดป่าคาเจริญวิทยา อำเภอบางไทร บิดาเสียชีวิตจากอุทกภัยปี 2554 ครอบครัวนางสาววารุณี จิตสวัสดิ์ ศึกษาอยู่ชั้นปี 3 มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา และเด็กหญิงปวีณา จิตสวัสดิ์ ศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนวัดสุนทราราม อำเภอบางไทร บิดาเสียชีวิตจากอุทกภัยปี 2554 ครอบครัวเด็กชายฐิติพล เสือป่า ศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเซ็นยอเซฟอยุธยา อำเภอบางไทร บิดาเสียชีวิตจากอุทกภัยปี 2554
ครอบครัวนางสาวนันทวัน โอนอ่อน และเด็กชายนฤนาท โอนอ่อน ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 2 โรงเรียนปทุมวิไล จังหวัดปทุมธานี อาศัยอยู่ที่อำเภอบางไทร บิดาเสียชีวิตจากอุทกภัยปี 2549 ครอบครัวนางสาวกรรณิการ์ สัญญวี ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเสนา "เสนาประสิทธิ์" อำเภอเสนา บิดาเสียชีวิตจากอุทกภัยปี 2545 ครอบครัวเด็กชายภาสวิชญ์ กองเพิ่มพูน ศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่3 โรงเรียนประสาทวิทย์ อำเภอเสนา บิดาเสียชีวิตจากอุทกภัยปี 2554 และครอบครัวนางสาวณัฐสุดา เมฆขยาย ศึกษาอยู่ชั้นปี 2มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ อำเภอเสนา บิดาเสียชีวิตจากอุทกภัยปี 2553 ทั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้ประสบภัย และเพื่อติดตามชีวิตความเป็นอยู่ และการศึกษาเล่าเรียนของนักเรียนทุนพระราชทาน