เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดชุดตรวจไวรัสอีโบลา รู้ผลใน 5-8 ชม.

26 ส.ค. 2557 | wanchat

เปิดชุดตรวจไวรัสอีโบลา รู้ผลใน 5-8 ชม.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดชุดตรวจไวรัสอีโบลารู้ผลใน 5-8 ชม. นำเข้าจากเยอรมัน-จีน ของบ 57 ล. สร้างห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับสูงสุด ตรวจหาเชื้อรุนแรง ไม่มีวัคซีนป้องกัน-ยารักษา

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่อาคารวิจัยเฉลิมพระเกียรติซาซาคาวะอุทิศ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวเปิดตัวชุดตรวจหาสารพันธุกรรมเชื้อไวรัสอีโบลา ว่า จากการระบาดของโรคไวรัสอีโบลาในกลุ่มประเทศแอฟริกา 3 ประเทศกับ 1 เมือง คือ กินี เซียร์ราลีโอน ไลบีเรีย และลากอส ประเทศไนจีเรีย ทำให้หลายประเทศต้องเตรียมพร้อมเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันเชื้อแพร่ระบาด ประเทศไทยก็เช่นกัน โดยกรมฯ ได้เตรียมพร้อมในการตรวจวิเคราะห์ห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันเชื้อกรณีหากพบผู้ป่วย โดยได้สั่งซื้อชุดตรวจหาสารพันธุกรรมเชื้อไวรัสอีโบลา ด้วยวิธีชีวโมเลกุล หรือ ระบบพีซีอาร์ (PCR: Polymerase Chain Reaction) รวม 3 ชุดจาก 3 ยี่หัอ โดย 1 ชุด ใช้ตรวจได้ 100 ครั้ง ชุดละประมาณ 300,000 บาท ราคารวมทั้งสิ้น 900,000 บาท เบื้องต้นได้มาจากประเทศเยอรมัน และจีนนพ.อภิชัย กล่าวอีกว่า ชุดตรวจดังกล่าวจะมีน้ำยาพิเศษในการตรวจหาเชื้ออีโบลา ซึ่งใช้เวลาในการยืนยันผล 5-8 ชั่วโมง โดยได้ผลแม่นยำกว่าร้อยละ 90 ที่สำคัญในการตรวจยืนยันจะทำการตรวจในชุดตรวจทั้ง 3 ชนิด เพื่อให้เกิดความแม่นยำสูงสุด ที่สำคัญในการตรวจเชื้อไวรัสอีโบลาจะดำเนินการตรวจวิเคราะห์ภายในห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 หรือห้องบีเอสแอล 3 (BSL 3) ตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก ซึ่งเป็นห้องที่ออกแบบมาเฉพาะ โดยมีระบบอากาศที่ควบคุมทิศทางการไหลของอากาศเป็นทิศทางเดียวกัน คือ ไม่ให้ไหลออกไปสู่ภายนอก โดยจะมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเพียง 2 คน ซึ่งจะแต่งชุดชีวนิรภัยป้องกันอีกชั้น จึงไม่ต้องกังวลว่าในการตรวจเชื้อจะมีการเล็ดลอดออกมาภายนอก เนื่องจากมีระบบในการป้องกันอย่างดี สำหรับงบประมาณในการจัดหาชุดทดสอบไวรัสอีโบลานั้น ได้ใช้งบประมาณของกรมฯในการดำเนินการไปก่อน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างของบกลางเพื่อชดเชยที่จ่ายไปก่อนหน้านั้น และล่าสุดยังได้เสนอกระทรวงฯ พิจารณาของบประมาณ 57 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างอาคารสำหรับห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยประเทศไทยังไม่มี เนื่องจากห้องระดับดังกล่าว ต้องมีการก่อสร้างอาคารจำเพาะ เพราะเป็นห้องที่สามารถเพาะเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรง และมีอัตราการเสียชีวิตสูง ที่สำคัญยังไม่มียาหรือวัคซีนในการป้องกันโรค อธิบดีกรมฯ กล่าว และว่า ไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนควรต้องมี เพราะหากเกิดการระบาดขึ้นจริง หากต้องการเพาะเชื้อหรือยืนยันผลอย่างรวดเร็ว จะได้ทันการณ์ เพราะหากเป็นเชื้อที่รุนแรง จะยากมากหากจะส่งไปตรวจยืนยันในต่างประเทศ เนื่องจากไม่มีสายการบินไหนยอมขนส่ง
นพ.อภิชัย กล่าวว่า หากรัฐเห็นด้วยกับการก่อสร้างห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 4ดังกล่าว ขั้นตอนต่อไปก็จะต้องมีการประชาพิจารณ์ สอบถามความคิดเห็นจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้าง เนื่องจากเรื่องนี้บางกลุ่มก็อาจไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่ในการก่อสร้าง จะต้องมีพื้นที่ภาพรวม 100 ตารางวา เป็นอาคาร 50 ตารางวา อีก 50 ตารางวา เป็นพื้นที่รอบนอก ซึ่งอาคารดังกล่าวจะมีระบบความปลอดภัยสูง และหากเกิดอุบัติเหตุหรืออะไรก็ตาม จะมีระบบป้องกันและทำลายตัวเองเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสเล็ดลอด

ข่าวล่าสุด