โดยมาสอบถามว่าตนรับศีล 150 ข้อใช่หรือไม่ ซึ่งตนยืนยันไปว่าในเรื่องการรับศีลนั้น วัดนาป่าพงรับศีลตามที่กำหนดในวินัยปิฎก พระไตรปิฎกฉบับบาลีสยามรัฐ ซึ่งระบุไว้มากกว่า 2,400 ข้อ ไม่ได้มีการตัดศีลข้อใดทั้งสิ้น ส่วนกรณีศีล 150 ข้อนั้น เป็นอีกกรณี จัดเป็นการสวด ไม่ได้เป็นการรักษาอีกทั้งในพระไตรปิฎกฉบับบาลี สยามรัฐ พระไตรปิฎกฉบับอักษรสยาม พระไตรปิฎกฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) หรือฉบับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย(มมร.) รวมทั้งหนังสือวินัยมุข ซึ่งเป็นหนังสือว่าด้วยแนวทางแห่งการศึกษาและปฏิบัติพระวินัย ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรฯ ก็มีการระบุศีลปาฏิโมกข์ไว้ 150 ข้อเช่นกัน ดังนั้นตนจึงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงศีล เพียงแต่เป็นผู้นำออกมาเปิดเผยเท่านั้น ส่วนศีล 227 ข้อนั้น ไม่มีหลักฐานว่ามีการเพิ่มเติมกันขึ้นมาเมื่อใด แต่ไม่ตรงกับสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ และไม่มีคนออกมาแก้ จึงมีการปฏิบัติตามๆกันมาเมื่อถามว่า ที่วัดนาป่าพง มีการสวดปาฏิโมกข์ 150 ข้อ ใช่หรือไม่ พระอาจารย์คึกฤทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะตอบต่อเมื่อมีผู้ใหญ่ให้ไปชี้แจง เพราะตนจะตอบกับผู้ที่โจทก์ตนเท่านั้น และต้องการจะชี้แจงกับผู้ที่มีอำนาจที่จะสามารถทำให้ประเด็นต่างๆจบลงได้ ซึ่งหากที่ประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) เรียกให้ไปชี้แจงก็ยินดี เพราะพระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่าให้เคารพต่อพระผู้ใหญ่ และยังถือว่าเป็นโอกาสให้ตนได้ชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย