นายสิทธิศักดิ์ พ่อ ด.ช.เอ ได้เล่าว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเป็นวันหยุดติดต่อกันหลายวันจึงได้พาน้องเอ ลูกชายไปตัดผมที่ร้าน เมื่อตัดเสร็จพบว่าที่ศีรษะของลูกชายมีร่องรอยคล้ายผมร่วงจนเป็นรอยแหว่งอย่างเห็นได้ชัด จึงได้สอบถามลูกชายว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ลูกชายไม่ยอมบอก กระทั่งต้องขู่ลูกชายว่าหากไม่บอกจะพาไปให้ครูที่โรงเรียนสอบถามเอง ลูกชายจึงเล่าให้ฟังว่า ถูกครูประจำชั้น ชื่อครู ป. ทำโทษด้วยการดึงผมอย่างแรงครั้งละหลาย ๆ เส้น เพราะตัวเองเขียนหนังสือไม่สวยและผมยาว เมื่อทราบข่าวตนและภรรยาจึงพาลูกชายเข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียนในวันนี้(13 ส.ค.) ทางผู้อำนวยการได้เชิญครู ป. มาชี้แจงและขอโทษในเบื้องต้นแล้ว
นายสิทธิศักดิ์ เล่าต่อไปว่า ก่อนหน้าที่จะเดินทางไปพบผู้อำนวยการโรงเรียน ทางโรงเรียนได้แอบนำลูกชายไปหาหมอที่โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล สมุทรปราการ มาครั้งหนึ่งแล้ว และมาบอกกับตนว่า ลูกชายของตนผมร่วงเพราะเชื้อรา แต่ในใบรับรองแพทย์ตนสังเกตว่า ระบุเพียง ผมร่วงเท่านั้น ไม่ได้ระบุถึงสาเหตุการร่วงแต่อย่างใด ตนและภรรยาจึงได้พาลูกชายเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าลูกชายถูกทำโทษด้วยวิธีที่เกินกว่าเหตุ ก่อนจะพาลูกชายไปให้โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่งในย่านบางนา เพื่อตรวจรักษาอย่างละเอียดอีกครั้ง และที่ต้องเข้าพบพนักงานสอบพร้องลงบันทึกประจำวันนั้น เนื่องจากเกรงว่าครูประจำชั้นคนดังกล่าว จะลงโทษลูกชายของตนอีก ซึ่งจากการสังเกตลูกในระยะหลังที่ผ่านมา ลูกชายมีอาการผวาเมื่อขู่ในเรื่องครูที่โรงเรียน หากปล่อยไว้ทางตนผู้เป็นพ่อ กลัวลูกชายจะมีอาการทางจิต และความรู้สึก
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงเรียนดังกล่าว และพบผู้อำนวยการของโรงเรียนพร้อมกับครู ป. โดยทางโรงเรียนออกมาชี้แจงพร้อมใบรับรองแพทย์ที่ระบุว่า ผมร่วง ตามที่นายสิทธิศักดิ์ พ่อของน้อง เอ ระบุ โดยครู ป. เองก็ได้บอกกับทางผู้สื่อข่าวว่า ด้วยอาชีพของครูไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่นอน ในบางครั้งเด็กอาจจะมีการดื้อตามประสาเด็กบ้าง แต่ก็แค่ลูบที่ศีรษะเบา ๆ เท่านั้น ไม่มีการลงโทษตามที่ผู้ปกครองสงสัยอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานให้กับครอบครัวคุณสิทธิศักดิ์ เรียบร้อยแล้ว จากนั้นทั้งหมดจึงได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลศิครินทร์ เพื่อพาลูกชายไปให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง