โดยเมื่อวานนี้ได้มีการประชุมเจ้าหน้าที่เพื่อซักซ้อมถึงขั้นตอนการรับเสนอรายชื่อและได้ประสานหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ร่วมกันตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่ได้รับการเสนอรายชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น สปช.
ซึ่งช่วงเวลาการสรรหานั้นจะแบ่งเป็นการเปิดรับเสนอรายชื่อ 20 วัน ตรวจสอบคุณสมบัติ 10 วัน และเมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้นสำนักงาน กกต. ก็จะส่งรายชื่อให้คณะกรรมการสรรหาสปช. ที่ คสช. เพิ่งแต่งตั้งให้คัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมอย่างน้อยด้านละ 50 คน เพื่อนำไปรวมกับการสรรหาในระดับจังหวัด จังหวัดละ 5 คน ใช้เวลา 10 วัน ซึ่งได้รับรายงานมาว่าบางจังหวัดได้เริ่มประชุมเพื่อสรรหาบุคคลที่เหมาะสมแล้ว จากนั้นคสช.พิจารณาคัดเลือกสมาชิกทั้งหมดไม่เกิน 250 คน ก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯแต่งตั้ง ใช้เวลา 10 วัน โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการสรรหาทั้งหมด 50 วัน นายบุณยเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจสอบคุณสมบัติต้องห้าม นอกจาก กกต.จะร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆแล้ว กกต.ก็จะประชาสัมพันธ์แบบรายวันให้ข้อมูลแก่ประชาชนได้ทราบว่ามีบุคคลใดที่เสนอชื่อเข้ามาบ้าง อย่างไรก็ตาม การร้องเรียนคัดค้านบุคคลไม่ได้มีการกำหนดในพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหาสปช. จึงเป็นเรื่องที่คสช.ต้องพิจารณาในส่วนนี้
อีกทั้งสำนักงานกกต. ก็จะตรวจสอบสถานะขององค์นิติบุคคลว่ามีการจดทะเบียนที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และขอให้องค์กรนิติบุคคลสำรวจตัวเองก่อนเสนอชื่อว่าต้องไม่เป็นองค์กรที่แสวงหากำไร ทั้งนี้ สำหรับสถานที่ที่คณะกรรมการสรรหาสปช.จะใช้ในการประชุมสรรหาบุคคลที่เหมาะสมเป็นสปช.นั้น ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานกกต.ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการของคณะกรรมการสรรหาฯ ก็จะคอยประสานงานกับตัวประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ว่าจะใช้สถานที่ใด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศก่อนเวลาเปิดรับการเสนอชื่อที่จะมีขึ้นในเวลา 08.30 - 16.00 น. นั้น ทางเจ้าหน้าที่กกต.ได้เตรียมความพร้อมกันตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ยังไม่พบว่ามีบุคคลจากองค์กรนิติบุคคลใดมารอก่อนเวลา โดยระยะเวลาการเสนอรายชื่อจะอยู่ในช่วงวันที่ 14 ส.ค.ถึง 2 ก.ย. หากองค์กรนิติบุคคลใดไม่สะดวกเดินทางมาเสนอรายชื่อที่สำนักงานกกต. ก็สามารถส่งเป็นไปรษณีย์ด่วนจ่าหน้าซองมายังสำนักงานกกต.ได้ แต่ต้องอยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งสำนักงานกกต.จะตรวจสอบจากวันที่ประทับตราหน้าซอง