ประธานาธิบดีโอบามา ประกาศเมื่อวานให้กองทัพใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มนักรบญิฮัดนิกายสุหนี่ที่ใช้ชื่อว่า "รัฐอิสลาม" หรือชื่อเดิมว่า "กลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรักและซีเรีย" ที่กำลังยึดพื้นที่ทางเหนือและทางตะวันตกของอิรักในช่วงเกือบสองเดือนนี้
โอบามา กล่าวว่า เราสามารถดำเนินการได้อย่างระมัดระวัง และรับผิดชอบเพื่อป้องกันความเป็นไปได้ที่จะเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งเขาหมายถึงกลุ่มชาติพันธุ์ ยาซิดี หลายพันคนที่ตกอยู่ในวงล้อมของกลุ่มติดอาวุธ "รัฐอิสลาม" หรือ ไอเอส บนภูเขาซินจาร์ในภาคเหนือของประเทศตั้งแต่สุดสัปดาห์ ซึ่งเขาอนุญาตให้ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อนักรบเหล่านี้ในกรณีที่จำเป็น เพื่อช่วยเหลือกองทัพอิรัก ที่กำลังต่อสู้เพื่อทำลายวงล้อมและปกป้องพลเรือน
นอกจากนี้เขาบอกด้วยว่า เครื่องบินรบของสหรัฐอาจพุ่งเป้ากำจัดนักรบกลุ่มไอเอสหากรุกคืบเข้าสู่เมืองเออร์บิล ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลสหรัฐ เขาย้ำว่าเราจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องประชาชนชาวอเมริกัน และช่วยเหลือพันธมิตรที่ตกอยู่ในอันตราย เขาบอกด้วยว่า สหรัฐมีขีดความสามารถที่ไม่มีใครเทียบได้ ในการช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการสังหารหมู่ สหรัฐจึงไม่สามารถทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้อีกต่อไป
การโจมตีทางอากาศในอิรักจะเป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งแรก หลังสหรัฐถอนทัพออกจากอิรักหมดแล้วเมื่อสิ้นปี 2554 แต่เขายืนยันด้วยว่าจะไม่ส่งทหารราบอเมริกันกลับเข้าไปรบในอิรัก และไม่มีเป้าหมายที่จะนำสหรัฐกลับเข้าสู่สงครามในอิรักอีกครั้ง
ขณะที่โอบามาไม่ได้ระบุว่าการโจมตีทางอากาศเริ่มขึ้นแล้วหรือไม่ แต่โฆษกกองกำลังชาวเคิร์ดในอิรัก อ้างว่า เครื่องบินขับไล่เอฟ-16 ของสหรัฐได้บินสอดแนมในเขตกีเวอร์ และเขตซินจาร์ โดยทำลายสะพานที่เชื่อมเมืองโมซุลกับเขตกีเวอร์
นอกจากนี้มีรายงานว่า เครื่องบินทหารของสหรัฐ ได้หย่อนอาหารและน้ำให้กับผู้อพยพชาวยาซิดีหลายพันคนที่หลบหนีการโอบล้อมโจมตีของกลุ่ม ไอเอส บนภูเขาซินจาร์ และหลังเสร็จสิ้นภารกิจ เครื่องบินทุกลำเดินทางกลับโดยปลอดภัย
ขณะที่ก่อนหน้านั้นกลุ่มไอเอสบุกเข้ายึดโบสถ์คริสต์หลายแห่งในอิรัก รวมถึง เมืองคาราคอช เมืองที่มีชาวคริสเตียนอาศัยมากที่สุดในอิรัก โดยโค่นไม้กางเขนและเผาทำลายหนังสือตัวเขียนสีวิจิตร และชาวคริสเตียน 2 แสนคนต้องอพยพหนีโดยปราศจากข้าวของ มีเพียงเสื้อผ้า และบางคนเดินเท้าเข้าไปที่ภูมิภาคเคอร์ดิสถาน
และก่อนการแถลงของผู้นำสหรัฐ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้เรียกร้องให้ชาติมหาอำนาจ สนับสนุนรัฐบาลและประชาชนชาวอิรัก และกระทำทุกวิถีทางเท่าที่จะทำได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงเรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติ ปกป้องชุมชนชาวคริสต์ในอิรัก