ภายหลังที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบห้องพักภายใน ซ.ลาดพร้าว 130 พบเด็กทารกเพศชายและหญิง 9 คนที่คาดว่าเกิดจากการอุ้มบุญ พร้อมพี่เลี้ยงชาวไทย 7 คน และหญิงตั้งครรภ์อีก 1 คนนั้น ส่วนเจ้าของห้องพักดังกล่าว ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น พล.ต.อ.เอกระบุว่า เจ้าหน้าที่เตรียมนำดีเอ็นเอ ของเด็กทั้ง 9 คน ไปตรวจพิสูจน์ว่า เป็นลูกของชายชาวญี่ปุ่นเจ้าของห้องพักดังกล่าว ซึ่งยอมรับว่าเป็นบิดา ตามที่ทนายความกล่าวอ้างหรือไม่ และขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ และหากพบว่าเป็นพ่อเด็กจริงต้องตรวจสอบว่าเหตุใดจึงต้องมีการลูกจำนวนมาก พร้อมสอบปากคำพี่เลี้่ยงเด็กทั้ง 7 คน รวมถึงพยานปากสำคัญ คือ สตรีที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ 6 เดือน โดยให้พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รองผบช.น. ดูแลการสอบสวน ซึ่งขณะนี้ทราบข้อมูลรายชื่อบุคคลทั้งหมดแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย และยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ และหากเด็กทั้ง 9 คนเกิดจากการอุ้มบุญจริง จะต้องหาสถานพยาบาล ที่รับทำเด็กอุ้มบุญเพื่อดำเนินคดี ส่วนเด็กทั้ง 9 คน ขณะนี้อยู่ในความดูแลของบ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด ด้านนางปวีณา ระบุว่า ไม่เห็นด้วยหากจะอนุญาตให้อุ้มบุญในประเทศไทย เพราะประเทศที่พัฒนาแล้วจะเข้ามาใช้บริการรวมถึงสังคมไทยยังมีปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์ และเอาเปรียบเด็ก พร้อมฝากไปถึงหญิงที่อยู่ระหว่างการอุ้มบุญ หากเกิดปัญหาว่าเอเจนซี่ที่จัดหาเด็กหลบหนี อย่าทำแท้ง ให้เข้าให้ข้อมูล กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีสถานที่เลี้ยงเด็กรองรับ
นางปวีณากล่าวอีกว่า มีผู้แจ้งเบาะแสมาว่า การทำอุ้มบุญส่วนหนึ่่ง มีการผ่าเด็กที่อยู่ในครรภ์ 7 เดือน ออกมา เพื่อต้องการดูดเอาไขสั้นหรือหรือสเตมเซลล์ นำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมความงามด้วย