เนชั่นทีวี

ข่าว

วิกฤตการเมืองอิสราเอลจ่อฉุดตลาดท่องเที่ยว

31 ก.ค. 2557 |

วิกฤตการเมืองอิสราเอลจ่อฉุดตลาดท่องเที่ยว

ททท.หวั่นวิกฤตการเมืองตะวันออกกลางฉุดอิสราเอลมาไทย เหตุกลุ่มวัยรุ่นจ่อถูกเรียกเกณฑ์ทหารเสริมกองทัพ ซ้ำปัญหาเศรษฐกิจแนวโน้มชะลอตัว

นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า กำลังติดตามวิกฤตความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยที่มีผลในการทำตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอิสราเอล ซึ่งที่ผ่านมาถือเป็นตลาดสำคัญของไทย โดยที่ผ่านมามีตลาดใหญ่คือ เซกเมนต์กลุ่มวัยรุ่นทั้งชายและหญิง ที่มีรายได้จากการปลดประจำการหลังจากเกณฑ์ทหารและเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทย
แต่คาดว่าเมื่อเกิดภาวะสงครามปะทุขึ้น อาจทำให้กลุ่มดังกล่าวถูกเรียกเข้าไปประจำการเตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบมากขึ้น และจะมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจวางแผนมาเที่ยวเมืองไทยทันที เนื่องจากตามปกติฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศนี้จะตรงกับช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.พอดี ซึ่งจากสถิติที่ผ่านมา กลุ่มคนหนุ่มสาวที่ปลดประจำการจากกองทัพจะมีอยู่ราว 7 หมื่นคนต่อปี และในจำนวน 50% เลือกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศทันทีภายใน 1 ปีหลังจากนั้น โดยประเมินว่าไทยมีส่วนในการรับตลาดนี้ไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นคนต่อปี
สำหรับปี 2558 ททท.ตั้งเป้ารายได้ตลาดตะวันออกกลางในภาพรวมไว้ราว 4.82 หมื่นล้านบาท เติบโต 12.09% โดยมีเป้าหมายหลักที่สหรัฐอาหรับเอเมิเรตส์ ที่รายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่อิสราเอล เป็นอันดับ 2 ที่ 1.13 หมื่นล้านบาท เติบโต 10.78% จากจำนวนนักท่องเที่ยว 1.51 แสนคน ขยายตัวราว 7% ส่วนปีที่ผ่านมา ไทย มีนักท่องเที่ยวจากอิสราเอลเข้ามาราว 1.34 แสนคน เติบโตราว 4.11% ทำรายได้ราว 9.1 พันล้านบาท เติบโตราว 6%
สำหรับตลาดอิสราเอลในปีที่ผ่านมา มีการขยายตัวของกลุ่มเดินทางออกนอกประเทศ (เอาท์บาวด์) ถึงราว 11.6% เป็นจำนวนรวม 4.8 ล้านคน ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางในสัดส่วนสูงที่สุด ในโลกอีกแห่งหนึ่ง เนื่องจากฐานประชากรชาวอิสราเอลมีอยู่เพียง 8.1 ล้านคน โดยเปรียบเทียบแล้วใกล้เคียงกับ เยอรมนี และ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศส่งออกนักท่องเที่ยวรายใหญ่ของโลก
ส่วนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2557 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะเกิดความตึงเครียดของวิกฤตการณ์ขัดแย้งทางการเมือง ตลาดเอาท์บาวด์อิสราเอลยังคงมีอัตราเติบโตราว 14% เป็น 1.5 ล้านคน โดยในจำนวนดังกล่าว มีการเดินทางมาไทยราว 5.4 หมื่นคน ยังคงเติบโตได้ราว 8.7% เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม นอกจากปัญหาการเมืองที่ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางเพื่อรอดูสถานการณ์ในครึ่งปีหลังแล้ว ยังมีอีก 2 ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ สภาพเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะชะลอตัวลง เนื่องจากเห็นแนวโน้มจากจีดีพีในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาเติบโตเพียง 2.1% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เติบโตราว 4.6%
นอกจากนี้ มีปัจจัยด้านการเดินทางโดยเครื่องบิน หลังจากมีข้อตกลงเรื่องการเปิดเสรีน่านฟ้าระหว่างอิสราเอลและสหภาพยุโรป (อียู) ทำให้ปัจจุบันมีสายการบินโลว์คอสต์รายใหญ่จากยุโรป อาทิ อีซี่เจ็ท และ วิซซ์แอร์ เข้ามาเปิดเส้นทางจากหลายเมืองในยุโรปเชื่อมตรงสู่อิสราเอลมากขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนจุดหมายจากการเดินทางระยะไกล (Long Haul) ฝั่งเอเชีย ไปเที่ยวยุโรปกันมากขึ้น โดยอีซี่เจ็ท เพิ่มอัตราการจราจรทางอากาศเส้นทางนี้ถึงราว 94% และวิซซ์แอร์ เพิ่มขึ้น 283%
ในขณะที่การเดินทางมาไทยมีเพียงสายการบินเอล อัล แห่งเดียวที่เปิดเส้นทางบินตรงมายังกรุงเทพฯ กำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ดังนั้นจึงอาจจะไม่สามารถร่วมมือในการทำแคมเปญโปรโมชั่นการตลาดกระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นได้ในช่วงนี้ อีกทั้งราคาเฉลี่ยของเที่ยวบินตรงดังกล่าวยังค่อนข้างสูงเพราะไม่มีคู่แข่งในตลาด ซึ่งแม้ว่าอิสราเอลจะมีเส้นทางเข้าไทยผ่านการแวะพักในประเทศอื่นๆ แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมมากนัก เนื่องจากต้องบินผ่านน่านฟ้าของประเทศมุสลิมที่เป็นคู่ขัดแย้งในสงคราม อาทิ การบินไปต่อเครื่องที่กรุงอัมมานของจอร์แดน และตุรกี
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของตัวแทนการตลาดของ ททท.ประจำอิสราเอล ระบุว่า บริษัทนำเที่ยวส่วนใหญ่เห็นปัญหาการขาดแคลนที่นั่งเที่ยวบินว่ายังเป็นอุปสรรคในการทำตลาด และหากสามารถเพิ่มเที่ยวบินระหว่างไทยกับอิสราเอลได้เพิ่มขึ้น มั่นใจว่าจะสามารถนำนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ราว 1.5-2 แสนคนในปี 2558 แน่นอน

ข่าวล่าสุด