'สมชัย ศรีสุทธิยากร' ไขปริศนายกเครื่องก.ม. : โดย...ชนิกานต์ พุ่มหิรัญ สำนักข่าวเนชั่น
"ผมคิดว่าอำนาจต้องอยู่ที่ กกต. ก็เหมือนการเล่นฟุตบอล จะให้ผู้เล่นมาเขียนกติการ่วมกับกรรมการก็คงทำไม่ได้" กลายเป็นประเด็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ชั่วข้ามคืน หลัง กกต.สรุปข้อเสนอประเด็นปัญหาของกระบวนการเลือกตั้งในอดีต ตามโจทย์ที่ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ประธานคณะทำงานด้านการปฏิรูป คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขีดเส้นไว้ "สมชัย ศรีสุทธิยากร" 1 ใน 5 เสือ กกต. ผู้รับผิดชอบงานด้านการเลือกตั้งโดยตรง ชี้แจงถึงข้อเสนอการยกเครื่องกระบวนการเลือกตั้งทั้งระบบ โดยยืนยันว่า ข้อเสนอการปฏิรูปการเลือกตั้งของ กกต.ได้คำนึงถึงปัจจัยที่จะทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ และเที่ยงธรรม ให้ได้คนดี มีความรู้ความสามารถ ไม่ซื้อเสียงเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งปัจจัยที่สำคัญประกอบไปด้วย พรรคการเมืองและผู้สมัคร กกต. ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง และประชาชน ในฐานะผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียง "สมชัย" บอกว่า สำหรับปัญหาของผู้สมัคร กกต.มีโจทย์สำคัญมากมาย อาทิ สัดส่วนจำนวน ส.ส.ที่ กกต.เห็นว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ และส.ส.แบบแบ่งเขต ควรมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน เพราะมองว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อจะมีความสำคัญในฐานะที่ทำให้พรรคการเมืองต้องสนใจในการเสนอนโยบาย หรือคัดกรองคนดีเข้าสู่บัญชีรายชื่อ อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนถึงคะแนนเสียงของประชาชนที่แท้จริง เช่น ส.ส.แบ่งเขต ที่อาจจะชนะในเขตเพียง 1 หรือ 2 คะแนน ก็ได้เป็น ส.ส.เขตทันที ส่วนคะแนนที่เหลือก็โยนทิ้งไป ดังนั้น หากเรามาเติมในส่วนการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็จะทำให้เกิดความสมดุลมากขึ้น "ข้อเสนอของ กกต.คือ การเพิ่มจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และลดจำนวน ส.ส.เขต ผลที่ได้คือ เขตการเลือกตั้งนั้นจะใหญ่ขึ้น แต่ไม่ใช่เป็นรูปแบบของเขตใหญ่หลายเบอร์ อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าเราจะย้อนไปใช้รูปแบบเดียวกับรัฐธรรมนูญปี 40 ซึ่งเป็นเขตใหญ่หลายเบอร์ ซึ่งยืนยันว่า ครั้งนี้ไม่ใช่รูปแบบนั้น เรายังคงเสนอเป็นรูปแบบที่เรียกว่า เขตเดียว เบอร์เดียว แต่แค่เขตจะใหญ่ขึ้น เนื่องจากจำนวน ส.ส.เขตน้อยลง เขตก็จะใหญ่ขึ้นไปตามอัตโนมัติ สมมุติว่า ส.ส.ทั้งสภามี 500 คน ส.ส.เขต 250 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 250 คน ประเทศไทยก็จะเหลือ 250 เขต จาก 375 เขต เขตก็จะใหญ่ขึ้น จำนวนประชากรที่อยู่แต่ละเขตก็จะมากขึ้น การซื้อเสียงก็จะยากขึ้นตามไปด้วย" ส่วนกระบวนการคัดกรองคนให้ได้มาซึ่ง ส.ส.เขต หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ "กกต.สมชัย" บอกเราว่า กกต.ต้องการเห็นพรรคการเมืองมีลักษณะที่ดำเนินการเป็นสถาบันมากขึ้น ไม่อยากจะให้เป็นเพียงเจ้าของพรรค ที่มีอำนาจชี้ขาดว่าใครจะมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า ทุกคนต้องไปเอาใจเจ้าของพรรค เพื่อที่จะชี้ว่าใครจะเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับต้นๆ หรือจะเป็น ส.ส.เขต "ที่ผ่านมาเราเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในการหาเสียง โดยมีการนำเสนอเนื้อหามีส่วนจูงใจให้ประชาชนได้เลือกมากขึ้น ต้องบอกว่า ขณะนี้ประชาชนไม่ได้เลือกจากการซื้อเสียง หรือได้รับเงินแจกเป็นหลัก แต่ประชาชนอาจจะเลือกในเกณฑ์ที่พึงพอใจของนโยบายของพรรคการเมือง เพียงแต่ว่านโยบายของพรรคการเมืองที่เป็นเส้นแบ่งที่จะชี้ให้เห็นว่า สิ่งนี้คือนโยบาย หรือการซื้อเสียงแบบหนึ่ง โดยใช้นโยบายมาเป็นตัวชักจูงโน้มน้าวใจคน" "สมชัย" อธิบายให้ฟังว่า เราไม่ปฏิเสธในการเสนอนโยบายที่ดี แต่เราเห็นว่าการเสนอนโยบายในเชิงให้ตัวเลข เช่น การจ่ายเป็นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท และโครงการรับจำนำข้าว 15,000 บาท หรือในทำนองนี้ เราคิดว่า การเสนอนโยบายที่เป็นตัวเลขไม่น่าจะเหมาะสม เพราะผลที่เกิดขึ้น สามารถคำนวณไปยังประโยชน์ส่วนบุคคลของแต่คนได้ แล้วก็เกิดกระบวนการที่เรียกว่า เกทับกัน โดยไม่ได้สนใจว่าตัวเลขดังกล่าวจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ ถ้าทำได้แล้วจะนำไปสู่การสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติหรือไม่ หรือประเทศชาติมีสถานะในการจ่ายตามนโยบายได้หรือไม่ ด้วยเหตุนี้เอง กกต.จึงเสนอให้มีกระบวนการกลั่นกรองตัวนโยบายที่หาเสียง หรือเขียนเกณฑ์ของสิ่งที่ทำได้หรือทำไม่ได้ในการหาเสียงที่ชัดเจนขึ้น เพราะเราคิดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต และผลที่เกิดขึ้นต่อสภาวะเศรษฐกิจของประเทศชาติ หรือต่อการบริหารงานของประเทศจากนโยบายประชานิยมแล้ว กระบวนการนำเสนอนโยบายเช่นนี้ไม่ได้เป็นผลดีต่อประเทศแน่ เช่น เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ ที่ก่อให้เกิดต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ถือเป็นปัญหาในการแข่งขันระหว่างประเทศ ทำให้ต่างประเทศไม่กล้ามาลงทุนในประเทศไทย เพราะค่าแรงเราสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน "ยืนยันว่า เราก็ไม่ได้ไปมุ่งสกัดพรรคการเมืองบางพรรค ที่ผ่านมาพรรคการเมืองหลายพรรค ไม่ใช่เฉพาะพรรคใหญ่ ก็มีการเสนอนโยบายที่มีตัวเลขมากกว่าพรรคใหญ่เสนอ แต่การสร้างมาตรการดังกล่าวจะป้องกันทุกพรรคไม่ให้ใช้วิธีการคิดเช่นนี้ เพราะท้ายสุดเข้ามาเป็นรัฐบาลและไม่มีความสามารถทำได้จริง ก็จะอ้างว่า เป็นเพียงนโยบายหาเสียงไว้ ฉะนั้นกระบวนการต่างๆ เหล่านี้ เราไม่ได้คิดถึงรายละเอียดว่า จะต้องดำเนินการอย่างไร แต่เสนอเป็นเพียงหลักการเบื้องต้น น่าจะมีกระบวนการในการกลั่นกรอง ในการที่จะนำเสนอนโยบายที่จะก่อให้เกิดปัญหาของประเทศในอนาคตได้" นอกจากนี้ "สมชัย" ยังเล่าให้ฟังเกี่ยวกับข้อเสนอที่ให้ ส.ส.อยู่ในวาระได้เพียง 2 สมัย ว่า เป็นข้อเสนอที่ไม่ต้องการให้มีการสืบทอดอำนาจมากเกินไป คิดว่า มันไม่ใช่คำตอบที่สำคัญ ถึงแม้ว่าบุคคลนั้นๆ จะไม่ลงเลือกตั้ง ก็ให้ลูก หลาน หรือญาติ ลงก็ได้ ก็เป็นการสืบทอดอำนาจอยู่ดี เพราะฉะนั้นไม่ใช่โจทย์ ที่ทำเช่นนั้นการเมืองไทยจะดีขึ้น ผมคิดว่าการจำกัดคุณสมบัติ คุณวุฒิของประสบการณ์ต่างๆ น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญ "คดีเลือกตั้ง ที่โดนใบเหลือง ใบแดงแล้ว แม้ว่าศาลจะยังไม่ตัดสินในกระบวนการตัดสินของศาลก็ตาม ผมถือว่า กกต.ได้มีกระบวนการในการกลั่นกรองพอสมควรแล้ว ก็น่าจะจำกัดสิทธิเขาได้ โดยการไม่ให้ลงเลือกตั้งได้" ส่วนข้อเสนอที่ให้อำนาจ กกต.เลื่อนการเลือกตั้งโดยไม่จำเป็นต้องปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่กำลังถูกครหาว่าเป็นการเพิ่มอำนาจตัวเองนั้น "สมชัย" อธิบายอย่างน่าสนใจว่า ข้อเสนอนี้สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ในอดีต ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ที่มีการขัดขวางการเลือกตั้ง เราจึงเสนอเพื่อให้เราสามารถดำเนินการและสามารถทำอะไรด้วยตัวเองได้ ไม่ใช่เกิดปัญหาก็ต่างคนก็ต่างทำอะไรไม่ได้ เดินหน้าไปก็ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศ อีกทั้ง กกต.เป็นฝ่ายจัดการเลือกตั้ง ต้องให้สิทธิในการตัดสินใจ "ผมคิดว่าอำนาจต้องอยู่ที่ กกต. ก็เหมือนการเล่นฟุตบอล จะให้ผู้เล่นมาเขียนกติการ่วมกับกรรมการก็คงทำไม่ได้ เพราะมันจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กรรมการต้องเป็นฝ่ายที่ตัดสินใจ ให้ใบเหลือง ใบแดงใครได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การสรรหากรรมการที่เป็นกลางให้ได้ และถ้ากรรมการไม่เป็นกลางก็ต้องไล่ออกไป แต่เมื่อเขาเป็นกรรมการแล้ว คุณก็ต้องให้สิทธิเขาตัดสินใจที่จะจัดการเลือกตั้งให้เป็นธรรม ไม่ใช่ว่าให้กรรมการไปคุยกับผู้เล่น ไม่มีใครเขาทำกัน" "สมชัย" ยังชี้แจงว่า การกระทำครั้งนี้ไม่มีใบสั่ง "เราไม่ได้ทำตามใจใคร ข้อเสนอทั้งหมดของ กกต.เป็นการตอบคำถาม คสช. เพราะ คสช.อยากได้คำตอบ แต่คำตอบจะตรงใจหรือไม่เราไม่รู้ ยิ่งดีซะอีกที่คนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เป็นพรรคประชาธิปัตย์ มันก็แสดงว่าเราไม่ได้ทำตามใจพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นในลักษณะที่เราสร้างคำตอบที่คิดว่าดีในมุมมองของ กกต.นั่นเอง"
สัมภาษณ์พิเศษ 'สมชัย ศรีสุทธิยากร' ไขปริศนายกเครื่องก.ม. : โดย...ชนิกานต์ พุ่มหิรัญ สำนักข่าวเนชั่น