เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 10 ก.ค. ที่สภ.เมือง จ.กาญจนบุรี แถลงข่าวจับกุมตัว นายพงษ์เพชร ทับทิมไทย อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 5 ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ,นายมงคล ทับทิมไทย อายุ 19 ปี น้องชาย และนายคมสัน เบ็ญพาต อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/7 หมู่ 9 ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 54,000 เม็ด รถกระบะสีบรอนซ์ ทอง หมายเลขทะเบียน กต 6863 กาญจนบุรี และรถกระบะ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บพ 6411 กาญจนบุรี โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ตำรวจตระเวนชายแดน 134 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรี ร่วมแถลงข่าวด้วย
พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตำรวจทุกท้องที่ตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อป้องกันและปราบปราบขบวนการลักลอบขนยาเสพติดอย่างเข้มงวด โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง
การจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจ สภ.สังขละบุรี ได้ตั้งด่านที่บริเวณถนนสาย 323 หน้าโรงเรียนซองกาเรีย สาขาพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พบรถกระบะสีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กต 6863 กาญจนบุรี มีนายคมสัน เป็นคนขับ ท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น
จากการตรวจค้นภายในรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เมื่อขอให้เปิดกระโปรงหน้ารถ พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆของห้องเครื่องยนต์รวม 6 มัด นับรวมกันได้ 54,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวมาสอบสวนขยายผลที่ สภ.สังขละบุรี ระหว่างเดินทางนาย คมสัน ได้ให้การว่า ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน คือนายพงษ์เพชร และนายมงคล ซึ่งขับรถกระบะ สีบรอนซ์หมายเลขทะเบียน บพ 6411 กาญจนบุรี ล่วงหน้า เพื่อสำรวจเส้นทาง พ.ต.อ.ขวัญชัย ธีระกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตาม และไปสกัดได้ที่จุดตรวจเกริงกาเวีย ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี และนำตัวทั้งคู่มาสอบสวนที่ สภ.สังขละบุรี
โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การว่า ข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และนำยาบ้ามาส่งให้กับนายทุนในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี มาแล้ว 2 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 50,000 บาท ส่วนมี่นำรถ 2 คัน มาใช้ เพื่อสับเปลี่ยนกันขนยาบ้า เป็นการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ และครั้งนี้เป็นการขนยาบ้าครั้งที่ 3 แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ในที่สุด
พล.ต.ต.กมลสันติ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย รับว่าซื้อยาบ้าในราคาเม็ดละ 80 บาท ซึ่งถือว่าซื้อมาในราคาที่ถูกมาก จึงเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายมีความสนิทสนมกับขบวนการค้ายาบ้าฝั่งประเทศเพื่อนบ้านมากพอสมควร และจากการสืบสวนในเชิงลึก ทำให้เจ้าหน้าที่ทราบแล้วว่าเครือข่ายจากประเทศเพื่อนบ้านนั้นมีใครบ้าง รวมทั้งนายทุนที่เป็นคนไทยเจ้าหน้าที่ก็ทราบเครือข่ายทั้งหมดแล้วเช่นกัน สำหรับยาบ้าจำนวนดังกล่าวหากนำไปจำหน่ายได้ทั้งหมดจะมีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับทุกคนที่อยู่ในเครือข่ายทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้แบ่งกำลังออกเป็น เพื่อเข้าตรวจค้นบ้านของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย และผลการตรวจค้นบ้าน ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด
นายพงษ์เพชร ทับทิมไทย ผู้ต้องหา กล่าวว่า กรณีนักเรียนหญิงโรงเรียนในจ.นนทบุรี ถูกข่มขืนแล้วฆ่า คนร้ายที่ก่อเหตุถือว่ามีพฤติกรรมที่โหดร้ายมาก ถึงแม้ตนจะเป็นคนเลว แต่เมื่อเจอการกระทำของคนร้ายรายนี้ถือว่าเลวกว่า และหากพบกันข้างในเรือนคงจะต้องทำอะไรบางอย่าง และเห็นว่าสมควรประหารชีวิตที่สุด ในความผิดที่ก่อไว้