พล.ต.ต.สมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเช้าวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกษไชโย ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายเข้าไปลักพระพุทธรูปประจำวันปางต่างๆ ภายในวัดไชโย จากนั้นจึงเข้าไปตรวจสอบพบว่าพระพุทธรูปที่หายไปคือ พระพุทธรูปประจำวันอาทิตย์ปางถวายเนตรเนื้อสำฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 9 นิ้ว สูง 2 ฟุต และพระพุทธรูปประจำวันเสาร์ปางนาคปรกเนื้อสำฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 9 นิ้ว สูง 2 ฟุต ที่ได้ประดิษฐานอยู่ข้างโบสถ์ด้านทิศใต้ภายในกำแพงวิหารสมเด็จพระพุทธพิมพ์ และในที่เกิดเหตุยังพบว่า พระพุทธรูปประจำวันพุธปางอุ้มบาตรเนื้อสำฤทธิ์ ถูกทิ้งไว้ริมกำแพงด้านทิศเหนือ จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก็พบว่าเวลาตี 2 ของคืนวันที่ 6 ก.ค. ได้พบว่านายมารุต ขับรถจักรยานยนต์มากับเพื่อนผู้หญิง และปีนเข้ามาในกำแพงวิหาร ก่อนจะทำการลักพระพุทธรูปออกไป 3 องค์ แต่นำไปได้แค่ 2 องค์ ก่อนที่จะนำไปขายที่ตลาดพระในตลาดอ่างทอง
จากการสอบสวนทราบว่า นายมารุตได้มาอาศัยรับจ้างทำงานในวัดมาแล้ว 3 ปี โดยมีพ่อและแม่มารับจ้างวัดทำงานด้วย แต่ด้วยความที่อยากมีโทรศัพท์เหมือนเพื่อนๆจึงได้วางแผนลักพระพุทธรูปไปขายในตลาดพระโดยได้มาในราคาองค์ละ 500 บาท
พล.ต.ต.สมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้กำลังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบหาพระที่มีคนซื้อไปว่าไปอยู่ที่ไหนและจะตามกลับมาคืนวัดให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ต้องขอเตือนผู้ที่ซื้อไปให้รีบนำกลับมาคืน เพราะอาจจะถูกข้อหารับซื้อของโจร