หอการค้าไทยชี้ อียูตัดสัมพันธ์ ไม่กระทบการค้า

หอการค้าไทยชี้อียูตัดความสัมพันธ์ ไม่กระทบการค้า เหตุถ้ามีการแซงชั่น สามารถฟ้อง WTO ได้ แต่ยอมรับทำให้การเจรจาเอฟทีเอต้องชะงัก และกระทบถึงการแก้ปัญหาถูกตัดจีเอสพีทั้งหมดในปี 58
ข่าว
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การที่สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศปรับลดระดับความสัมพันธ์กับไทยลงนั้น ไม่น่าจะกระทบต่อการค้าและการลงทุน เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นการเมืองล้วนๆ และอียูเองก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาแซงก์ชั่นการค้าของไทยได้ เพราะผิดกฎขององค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ประเทศไทยสามารถฟ้องร้องต่อองค์การการค้าโลกได้ทันที ปัจจุบันประเทศไทยส่งออกไปยังตลาดอียู ประมาณ 10% ของมูลค้าการส่งออกทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่าการส่งออกประมาณปีละ 2-3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
นายพรศิลป์กล่าวว่า ในระหว่างที่การเจรจาเอฟทีเอต้องล่าช้าออกไป เอกชนเห็นว่าไทยควรจะใช้โอกาสนี้ในการเตรียมตัวเองให้พร้อมในเรื่องของโจทย์หรือข้อกำหนดต่างๆ ที่ยังตกลงกันไม่ได้ เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา และยา เพราะเมื่อเวลามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็จะทำให้สามารถเปิดการเจรจากันได้ และน่าจะช่วยให้การเจรจามีความคืบหน้าไปได้เร็วกว่าเดิม
ทั้งนี้ มีข้อเสนอให้ศูนย์อำนวยความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งขึ้นมา อยากให้มองรวมไปถึงกรอบข้อตกลงทางการค้าต่างๆ เข้าไปด้วย ไม่ใช่มองเพียงแค่อาเซียนหรือเออีซีเท่านั้น เพื่อที่จะได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยใช้สิทธิประโยชน์จากกรอบการค้าต่างๆ ได้มากขึ้น เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการไทยยังใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอกรอบต่างๆ ในสัดส่วนที่น้อยมาก