โดยได้รับรับคำฟ้องกรณีให้ 5 หน่วยงานที่ถูกฟ้องต้องปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมของไทย โดยเฉพาะมาตรา 66, และ 67 วรรคสองว่าด้วยการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และต้องทำรายงาน อีเอชไอเอ และข้อกฎหมายผูกพันระหว่างประเทศ ทั้งนี้ทำให้ทีมทนาย และชาวบ้านถึงกับร่ำไห้ ต่อผลการพิจารณาคดีในครั้งนี้
โดย นางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความจากศูนย์ประสานงานข้อมูลชุมชน กล่าวว่า พอใจกับคำตัดสินครั้งนี้ เนื่องจากถึงแม้จะรับฟ้องเพียงข้อเดียวเกี่ยวกับขั้นตอนในกระบวนการต่างๆที่ 5 หน่วยงานรัฐต้องปฏิบัติตาม ทั้งเรื่องการทำสัญญาซื้อขายไฟ การรับฟัวงความเห้นประชาชน ศาลมองว่าเป็นกระบวนการนี้ เป้นการทำทางปกครองที่อยู่ในอำนาจที่ศาลรับฟ้องได้ เพราะถือเป็นโครงการประเภทหนึ่งของรัฐที่ต้องปฏิบัติตาม ดังนั้น เมื่อฟ้องว่าทั้ง 5 หน่วยไม่ทำตามขั้นตอนทั้งกระบวนการแจ้งให้ทราบตามกระบวนการเอ็มอาร์ซี จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เนื่องจากขณะนี้โครงการก่อสร้างมีการดำเนินการอยู่แล้ว ดังนั้นทางทนายจะยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวเพื่อชลอการซื้อขายไฟฟ้าต่อไป รวมทั้งจะมีการเข้าชี้แจงกับตัวแทนชาติสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ในประเทศไทยวันที่ 26 มิ.ย.นี้ที่โรงแรมออร์คิด เชอราตัน