เนชั่นทีวี

ข่าว

4 หน่วยงานคุมเข้มใช้ฟิลเลอร์แต่งจมูก

12 มิ.ย. 2557 | lastman

4 หน่วยงานคุมเข้มใช้ฟิลเลอร์แต่งจมูก

4 หน่วยงานคุมเข้มใช้ฟิลเลอร์แต่งจมูก เล็งเพิ่มโทษหนักพวกรับฉีดมั่วซั่ว พร้อมตั้งทีมลุยปราบโฆษณาผ่านเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม หลังพบทำตาบอดแล้ว 8 ราย แนะแพทย์ใช้สารเกินข้อบ่งชี้ต้องใช้ดุลพินิจและรับผิดชอบ

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มีการแถลงข่าวเรื่อง ?มาตรการกวาดล้างสถานพยาบาลเถื่อน? โดยความร่วมมือระหว่างกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สมาคมแพทย์ผิวหนัง และ กองบังคับการปรบาปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) โดย น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดี สบส. กล่าวว่า ภายหลังจาก สบส. อย.และ บก.ปคบ.?ได้เข้าจับกุมสถานพยาบาลพีเอฟซี ย่านสุทธิสาร หลังจากได้รับการร้องเรียนว่า คลินิกเวชกรรมดังกล่าวใช้บุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ ฉีดสารเติมเต็ม (ฟิลเลอร์) เข้าที่จมูก เป็นเหตุให้ผู้เข้ารักษาตาบอดนั้น ได้ตรวจสอบและพบว่า สถานที่ดังกล่าว ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นสถานพยาบาล เข้าข่ายคลินิกเถื่อน และใช้บุคคลที่ไม่ใช่แพทย์มาให้การรักษา มีความผิดตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และ ร่วมกันประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3  หมื่นบาท        ?จากการหารือร่วมกับหน่วยงานต่างๆ พบว่า ปัญหาจากการศัลยกรรมตกแต่ง โดยเฉพาะการฉีดฟิลเลอร์? เพิ่มมากขึ้น ทำให้จะมีการทบทวนแนวทางการควบคุมการฉีดฟิลเลอร์? คือ 1.ยกร่างเพื่อปรับปรุงกฏหมายสถานพยาบาล โดยจะมีการเพิ่มโทษแก่ผู้ประกอบการที่ลักลอบเปิดสถานพยาบาล รวมทั้งการประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาต และการใช้สารที่ไม่ได้รับอนุญาต ให้มีโทษจำคุกและปรับเพิ่มขึ้น 2.การเร่งตรวจสอบคลินิกในกลุ่มเสี่ยง 3.อบรมเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมเพื่อตั้งทีมเคลื่อนที่เร็วกรณีที่พบปัญหา และ 4.จัดตั้งมือปราบสถานพยาบาลเถื่อนโดยจัดชุดปราบปรามสื่อโฆษณาทางโซเซียลมีเดียทุกรูปแบบ ซึ่งการโฆษณาทางโซเซียลมีเดีย เฟสบุ๊ค อินตราแกรม ขณะนี่มีอย่างแพร่หลายมาก เป็นการบอกกันปากต่อปากมีความรวดเร็วและประชาชนหลงเชื่อได้ง่าย ทำให้ยากต่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จึงต้องขอความร่วมมือจากประชาชนที่พบเห็นให้แจ้งมาที่สายด่วน 02-1937999? น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าว        รศ.นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในประเทศมีรายงานประชาชนที่รับการฉีดฟิลเลอร์ แล้วเกิดผลกระทบจนทำให้ตาบอดแล้วจำนวน 8 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการฉีดเพื่อตกแต่งจมูก โดยมีทั้งทำในประเทศไทย และประเทศเกาหลี ส่วนในต่างประเทศพบรายงานผลกระทบที่ทำให้ตาบอด จำนวน 44 ราย ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์? ในข้อบ่งชี้ คือ เป็นสารเติมเต็มใช้เพื่อเติมรอยหลุม บริเวณคาง โหนกแก้ม  และริมฝีปาก ส่วนบริเวณรอบดวงตานั้น ถือเป็นบริเวณที่อันตรายเพราะมีเส้นเลือดจำนวนมากที่ไปเลี้ยงดวงตา การฉีดพลาดจะทำให้สารเข้าไปกดทับเส้นเลือด และทำให้ตาบอดถาวรได้ทันที ซึ่งยังมีข้อบ่งชี้ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทย หรือสหรัฐอเมริกา ให้ฉีดที่จมูกแต่อย่างใด        ?สารเติมเต็มดังกล่าว เป็นสารสังเคราะห์ ซึ่งทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้หลายอย่าง ทั้งการติดเชื้อ การแพ้สาร และผลข้างเคียงที่น่าเป็นห่วง คือ การเข้าไปกดทับหลอดเลือด ซึ่งการรักษาจะมีข้อบ่งชี้ในการใช้สาร ใช้ยาอย่างชัดเจน ในกรณีที่แพทย์ใช้สารต่างๆเกินกว่าข้อบ่งชี้ ต้องใช้ดุลพินิจของแพทย์? แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องอันตรายที่ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะทำให้เกิดการสูญเสียดวงตาอย่างถาวร แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีกฏหมาย หรือ กติกาที่ชัดเจน ว่าการฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูกไม่สามารถทำได้ จึงต้องขอความร่วมมือจากแพทย์ต่อไป อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรมีความรู้เพื่อเลือกตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ส่วนแพทย์ที่กระทำก็จำเป็นต้องได้รับโทษที่หนักมากขึ้น?รศ.นพ.นภดล กล่าว        ภก.ประพนธ์? อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ฟิลเลอร์ เป็นสารที่ต้องฉีดเข้าร่างกาย ซึ่งต้องผ่านการอนุมัติและขึ้นทะเบียนจาก อย.ก่อน เพราะสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อ การแพ้ และเกิดพิษต่อร่างกายได้ ในการฉีดแต่ละครั้ง หากประชาชนไม่มั่นใจควรขอดูกล่องและฉลากก่อน ว่าผ่านการขึ้นทะเบียนหรือไม่ หากอย.ตรวจพบว่าเป็นการลักลอบจำหน่ายหรือนำมาใช้ ก็จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ ?

ข่าวล่าสุด