นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงภารกิจของกระทรวงภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ว่า การทำงานของกระทรวงมหาดไทย จะดำเนินการตามภารกิจที่จะเร่งให้ทุกภาคส่วนของกระทรวงทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการทำงานของ คสช. โดยเน้นการคืนความสุขให้กับประชาชน โดยเฉพาะการสร้างความปรองดองที่ต้องสร้างความสงบเรียบร้อย โดยจะสร้างความสงบสุขทั้งระดับหมู่บ้าน อำเภอ จังหวัด ด้วยการใช้จิตวิทยาทำให้ประชาชนไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยในพื้นที่ที่มีความสามัคคีอยู่แล้วจะส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีที่ยั่งยืน ส่วนในพื้นที่ที่มีการความขัดแย้งหรือมีความเห็นทางการเมืองต่างกันก็จะพยายามคลี่คลาย โดยกระทรวงจะใช้หน่วยงานความมั่นคงในการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การหาแนวทางการแก้ไข โดยจะมีภารกิจหลัก 3 เรื่อง ที่จะทำงานร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.)ภาค ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง การปราบปรามกวาดล้างอาวุธสงคราม และสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยจะยึดหลักความสามัคคี พอเพียง และสันติ ส่วนพื้นที่ใดมีความมั่นคงเรื่องความปรองดองอยู่แล้วก็จะสร้างความยั่งยืนเพิ่มเติม โดยการให้ความรู้ และทำความเข้าใจ นอกจากนี้ ศูนย์ปรองดองจะเน้นเรื่องการบำบัดจิตใจของประชาชนภายในพื้นที่ โดยในขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่า มีพื้นที่ใดมีความขัดแย้งรุนแรง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย 2 ครั้งที่ผ่านมา นายวิบูลย์ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติของการบริหารจัดการ เพราะเป็นการปรับย้ายในระนาบเดียวกันคือผู้บริหารระดับสูง และเพื่อเข้าสู่การปฏิบัติตามนโยบายปรองดอง โดยจะไม่มีการโยกย้ายในระดับ 10 เพิ่มอีกจนกว่าจะถึงฤดูกาลโยกย้ายเดือนกันยายน ส่วนตำแหน่งระดับ 9 ลงไปยังไม่มีนโยบายการปรับย้ายช่วงนี้ โดยจะพิจารณาในคราวเดียวกับการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี เพราะยังมีตำแหน่งผู้บริหารที่จะเกษียณอายุราชการในปีนี้ร่วมกันอีก 20 ตำแหน่ง
เมื่อถามว่า รู้สึกหนักใจในการเข้ามาทำหน้าที่ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายวิบูลย์ ตอบว่า ไม่รู้สึกหนักใจ เนื่องจากในการทำงานร่วมกับคสช.มีความใกล้ชิดและมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา