สืบเนื่องจากบริษัทกฎหมาย กู๊ดวิน พรอกเตอร์ ในสหรัฐ ได้สอบสวนเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของเธอ แต่ทางมูลนิธิไม่ให้รายละเอียด นอกจากบอกว่า เสียใจกับข่าวการลาออก แต่ยังคงรู้สึกขอบคุณสำหรับการทำงานของเธอตลอด 20 ปีที่ผ่านมาที่ทุ่มเททำงานก่อตั้งมูลนิธิขึ้นมาช่วยเหลือเด็กหญิงและผู้หญิงหลายพันคน
ขณะที่นิตยสารนิวสวีคฉบับวันที่ 21 พ.ค.นำเสนอเรื่องราวของเธอขึ้นปกหน้าแรกด้วยโดยใช้ชื่อว่า "โสมาลี มัม นักบุญและคนบาปในวงการค้ามนุษย์" และตั้งคำถามด้วยว่าเธอช่วยเหลือเด็กหญิงจำนวนนับไม่ถ้วนในกัมพูชา และมันส่งผลอะไรมั้ยหากเรื่องราวบางส่วนในชีวิตของเธอไม่เป็นความจริง เนื้อหาในเรื่องขัดแย้งกับสิ่งที่เธอเคยให้สัมภาษณ์ว่า เธอสูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และถูกชายสูงอายุคนหนึ่งที่เลี้ยงเธอไว้ใช้งานในวัยเด็ก นำตัวไปขายให้กับซ่องแห่งหนึ่งตั้งแต่ตอนอายุ 14 ปี ถูกข่มขืนและกระทำชำเราต่างๆ จนกระทั่งเธอเห็นเพื่อนถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา จึงพยายามหลบหนีจากซ่องนิวสวีคอ้างคำสัมภาษณ์ชาวบ้านบางคนในหมู่บ้านที่โสมาลี มัมอาศัย และคนเหล่านี้บอกว่า โสมาลี มัมเข้าเรียนหนังสือในโรงเรียนจนถึงอายุ 17 ปี นอกจากนี้ครอบครัวของหญิงคนหนึ่งที่ชื่อว่า ลอง ปรัส ที่อ้างว่าเป็นเหยื่อของแก๊งค้ามนุษย์ เปิดเผยกับนิวสวีค ลอง ปรัสไม่เคยตกเป็นเหยื่อค้าบริการทางเพศ ไม่เคยถูกทรมานด้วยสายไฟ และไม่ได้ถูกควักลูกตาจากแมงดา นอกจากนี้เด็กหญิงอีกคนที่อ้างว่าเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ก็สารภาพว่าเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นและมีการซักซ้อมการแสดงต่อหน้ากล้องภายใต้การบอกบทของโสมาลี มัม ส่วนมูลนิธิ โสมาลี มัม บอกว่า แม้มีความรู้สึกผิดหวังต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันเดินหน้าทำงานต่อไป และจะไม่อนุญาตให้ลอง ปรัสทำงานใดๆในองค์กรอีกต่อไป