เนชั่นทีวี

ข่าว

เด็กหญิงยอดกตัญญูไปกลับดูแลพ่อแม่ป่วย

21 พ.ค. 2557 |

เด็กหญิงยอดกตัญญูไปกลับดูแลพ่อแม่ป่วย

ด.ญ.สุดยอดกตัญญูต้องเดินทางไกลไปกลับ 3 อำเภอต่อวัน เพื่อดูแลพ่อแม่ป่วยนานนับปี ด้วยการขี่จักรยานยนต์ไปเรียน ก่อนวิ่งลอกกลับบ้านเพื่อดูแลพ่อตาบอดวัย 79 ปี และรีบไปรพ.เฝ้าดูแลอาการแม่ป่วยสมองเสื่อมพิการเดินไม่ได้มานานนับปีเพียงลำพัง วอนช่วยเด็กเสี่ยงเกิดปัญหาไม่มีทุนเรียนหมดอนาคตทางการศึกษาไม่ต่อเนื่องจนออกกลางครันได้

เรื่องราวของเด็กหญิง วัย 15 ปี สุดยอดเด็กกตัญญู รายนี้ ถูกเปิดเผยขึ้นจากนายภฤศวัฒน์ คุณสุวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3 (สพป.ชย. เขต 3) ซึ่งได้รับมอบหมายจากผอ.เขต ให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.สพป.ชย3) ?ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยได้รับแจ้งจากโรงเรียนในสังกัดว่า พบ ด.ญ.พงศนภา ?หรือน้องพา อัปมาทัง อายุ 15 ปี สุดยอดเด็กเรียนดีและมีความกตัญญูสู้ชีวิต ซึ่งอาศัยอยู่กับแม่ที่ต้องล้มป่วยพิการสมองเสื่อมเดินไม่ได้และพ่อเลี้ยงที่ยังกลับมาป่วยตาบอดอีกคน อยู่รวมกัน 3 คน มานานกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ?ที่บ้านเลขที่ 187 หมู่ที่ 10 ? ต.โป่งนก ? อ.เทพสถิต จ . ชัยภูมิ และเด็กหญิงรายนี้หรือน้องพาวัย 15 ปี ต้องเป็นคนเดียวที่ต้องแบกภาระเลี้ยงดูครอบครัวคนเดียวทั้งหมด ตลอดเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา? ซึ่งเด็กต้องขับขี่รถ จยย.คนเดียวลำพังเพื่อวิ่งไปกลับมาเรียนที่ อ.หนองบัวระเหว และรีบกลับมามาช่วยดูแลอาการพ่อเลี้ยงวัย 79 ปีที่ป่วยตาบอดที่บ้านที่ อ.เทพสถิต ?ซึ่งเป็นทางผ่านและรีบไปต่อเพื่อช่วยดูแลอาการแม่ วัย 49 ปีที่ป่วยโรคสมองเสื่อมหรือสมองตาย ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอภักดีชุมพล อีกแห่ง ซึ่งทำเป็นประจำอย่างนี้ต่อเนื่องมานานเกือบ 2 ปีแล้ว ระหว่างที่เด็กหญิงรายนี้ยังต้องหาโอกาสเดินทางมาเรียนให้ต่อเนื่องด้วยตนเองให้ได้ จนล่าสุดได้เรียนจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที 3 จากโรงเรียนซับมงคลวิทยา ต.โป่งนก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ซึ่งถือว่าเป็นนักเรียนที่เรียนดีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.5 มาตลอด? จนปัจจุบันทางสพป.ชัยภูมิ เขต 3 ?ทราบเรื่องก็มีการระดมทุนจากเครือข่ายครูอาจารย์ในโรงเรียน ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จ.ชัยภูมิ เร่งให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นเพื่อให้ได้ได้มีที่เรียนต่อในระดับ ม. 4-6 ?คือ โรงเรียนบ้านท่าโป่ง ต.ไทรทอง อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ใกล้ที่สุด ด้วยระยะทางจากบ้านถึงโรงเรียน รวมระยะทางประมาณ 4-5 กิโลเมตร เพื่อที่เด็กจะได้สะดวกในการเดินทางกลับมาช่วยดูแลพ่อตาบอดที่บ้านใน อ.เทพสถิต และต่อไปอีกที่ รพ.ภักดีชุมพล ได้ในระยะเวลาทางสั้นลงและรวดเร็วสะดวกขึ้นไม่ไกลเหมือนเดิมที่ต้องวิ่งลอกมาโรงเรียนไปกลับดูแลพ่อแม่ใน 3 อำเภอต่อวันมากกว่า 50 กิโลเมตร? ด้านนายภฤศวัฒน์ คุณสุวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3 เปิดเผยว่า ครอบครัวเด็กหญิงรายนี้ถือว่าน่าสงสารมาก ที่เด็กต้องแบกรับภาระดูแลพ่อแม่ครอบครัวทั้งหมดคนเดียว และเด็กเองก็สามารถตั้งใจเรียนดีมาได้ตลอดถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก หากจะปล่อยให้เด็กต้องสู้ลำพังคนเดียวและอาจเสี่ยงไม่มีทุนเรียนเกิดปัญหาออกลางคันได้ ที่อยากให้หลายๆฝ่ายออกมาช่วยกันช่วยเหลือเด็กรายนี้ ซึ่งเบื้องต้นสามารถติดต่อสอบถามผ่านมาที่สพป.ชัยภูมิ เขต 3 ได้ที่เบอร์ 081-9672872 หรือที่ 087-2555847 หรือโดยตรงที่เลขบัญชีชื่อของเด็กรายนี้ได้ที่ชื่อบัญชี นางสาวพงศนภา อัปมาทัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส) สาขาหนองบัวระเหว ประเภทบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (โครงการ) ?เลขที่บัญชี 020035626684 ?? เพราะเด็กไม่มีรายได้อะไร จะมีรายได้คนเดียวก็คือได้จากเบี้ยเงินผู้สูงอายุจากพ่อเลี้ยงวัย 79 ปี ที่ป่วยตาบอดเพียงเดือนละ 700 บาทเท่านั้น ที่ต้องมีค่ากินอยู่ต่อวัน ค่าน้ำมันรถจยย.วิ่งตระเวนดูแลพ่อแม่ป่วย และทุนการศึกษาก็ไม่มีอีกจำนวนมาก? ขณะที่นายทองสุก ปุราทะกา ผู้อำนวยการโรงเรียนซับมงคลวิทยา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่นักเรียนหญิงดังกล่าวพึ่งเรียนจบออกมาระดับชั้นม.3 กล่าวว่า ตอนนี้ทุกคนครูอาจารย์ของน้องพา ด.ญ.วัย 15 ปีรายนี้ กล่าวว่า อยากทุกฝ่ายผู้ใจบุญช่วยเด็กรายนี้ที่จ.ชัยภูมิ ด้วย เพราะถือว่าเป็นเด็กดีมากทั้งเรียนดีและมีความกตัญญูมาก ที่ต้องดูแลพ่อแม่ป่วยพิการมาตลอดคนเดียวนานเกือบ 2 ปี ตั้งแต่มาเรียนที่โรงเรียนซับมงคลวิทยา และระหว่างเรียนอยู่ที่นี่เด็กยังเป็นคนขยันไปหาอาชีพเสริมเวลาว่างด้วยการรับจ้างเฝ้าร้านขายของในหมู่บ้าน ที่ชาวบ้านสงสารก็พอให้เงินเป็นค่าจ้างตอบแทนเพื่อพอมีเงินไปช่วยเลี้ยงดูพ่อแม่ได้อีกทางด้วย ก่อนที่ปัจจุบันโรงเรียนบ้านท่าโป่ง จะช่วยรับเด็กไปช่วยให้ได้มีที่เรียนต่อในระดับชั้น ม.4 ต่อไป ซึ่งเด็กก็ยังขาดทุนการส่งเสริมการศึกษาอีกจำนวนมากด้วย? ส่วนเด็กหญิง พงศนภา หรือน้องพา วัย 15 ปี รายนี้ กล่าวว่า ปัจจุบันไม่อยากได้อะไรมากและต้องการมีทุนการศึกษาพอที่จะได้เรียนต่อให้สูงๆที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่จะได้หางานทำมีรายได้มาช่วยเหลือครอบครัวดูแลแม่ และพ่อได้ดีมากกว่านี้เท่านั้น

ข่าวล่าสุด