ว่า การฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การตรวจค้นหาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสในระยะเริ่มต้น 2.ซักซ้อมความเข้าใจระบบการส่งต่อผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และเหมาะสม 3.ระบบการป้องกันการติดเชื้อภายในโรงพยาบาลให้ได้ตามมาตรฐาน นพ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทุกแห่ง และขอความร่วมมือหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จัดระบบการเฝ้าระวังผู้ป่วย หากพบผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจและมีประวัติเดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลาง ให้แจ้งที่สำนักระบาดวิทยาทันที ขณะเดียวกันได้ให้ อสม.และอสม.ฮัจญ์ ติดตามอาการผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลางเป็นเวลา 14 วัน ส่วนสถานพยาบาลที่พบผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัยโรคนี้ และไม่มีความพร้อมดูแล ให้แจ้งมายังศูนย์ประสานส่งต่อ กรมการแพทย์ ในเขตกทม.ได้จัดไว้ 4 แห่งคือสถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และสถาบันโรคทรวงอก ส่วนในต่างจังหวัดจะมีที่โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปสู่ชุมชน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า ข้อมูลจากศูนย์ป้องกันควบคุมโรคแห่งยุโรป (European Centre for Disease Prevention and Control) ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2555 - 6 พฤษภาคม 2557 พบผู้ป่วยยืนยันทั้งสิ้น 495 ราย เสียชีวิต 141 ราย อัตราป่วยตายร้อยละ 28.48 ใน 17 ประเทศ ได้แก่ จอร์แดน ซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ตูนีเซีย อิตาลี โอมาน คูเวต มาเลเซียฟิลิปปินส์ กรีซ อียิปต์สหรัฐอเมริกา และเยเมน ในเดือนเมษายน 2557 มีรายงานผู้ป่วยสูงถึง 288 ราย สำหรับในประเทศไทย มีรายงานผู้ป่วยเข้าข่ายเฝ้าระวัง รวม 17 ราย จากกทม. 3 ราย เพชรบุรี 4 ราย ปัตตานี 6 ราย สมุทรปราการ ยะลา ตรัง และอินโดนีเซีย จังหวัดละ 1 ราย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติยืนยันยังไม่พบผู้ติดเชื้อ ประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ระบาด ควรรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการป่วยรุนแรงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตวาย หรือผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำ ขอให้หลีกเลี่ยงการเที่ยวชมฟาร์ม พื้นที่โรงเก็บผลผลิตทางการเกษตร ตลาดที่มีอูฐอยู่ หลีกเลี่ยงการสัมผัสอูฐ การดื่มน้ำนมดิบจากอูฐที่ยังไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ รวมทั้งการกินอาหารที่ไม่สะอาด หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการล้าง ปอกเปลือก ควรล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หากจำเป็นควรใส่หน้ากากป้องกันโรค หากมีอาการคล้ายไข้หวัดให้รีบไปพบแพทย์ และหลังเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยภายใน 14 วัน หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก อาการไม่ดีขึ้นใน 2 วัน หรือมีอาการไข้สูง หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ขอให้ไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางไปต่างประเทศนพ.โสภณกล่าว พญ.จริยา แสงสัจจา ผอ.สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า สถาบันฯจะรับผู้ป่วยต้องสงสัยเมอร์ส-โควีจาก 3 ทาง คือ การแจ้งจากด่านควบคุมโรค การส่งต่อจากโรงพยาบาลอื่น และผู้ป่วยเดินทางมาเอง โดยสถาบันมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เครื่องมือทางการแพทย์ และห้องแยกโรคชนิดพิเศษที่เป็นห้องเดี่ยวจำนวน 5 ห้อง ซึ่งจะเป็นที่กักกันเชื่อโรคออกสู่ภายนอก สามารถดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤติได้ และมีระบบติดตามดูแลผู้ป่วยด้วยกล้องวงจรปิดและสัญญาณชีพ เพื่อที่แพทย์และพยาบาลจะเข้ามาเฉพาะเวลาที่จำเป็นเท่านั้น เป็นการลดอัตราเสี่ยงในการติดเชื้อ