เนชั่นทีวี

ข่าว

ห่วงการเมืองตัน ฉุดเศรษฐกิจซึมยาว 2-3 ปี

15 พ.ค. 2557 |

ห่วงการเมืองตัน ฉุดเศรษฐกิจซึมยาว 2-3 ปี

'โกร่ง'เตือนยื้อนานเศรษฐกิจพังยับ'บัณฑูร'ชี้ทางออกถอยคนละก้าว-ห่วงเอสเอ็มอีย่ำแย่

          "บัณฑูร" ชี้ทางออก "ถอยคนละก้าว" ให้ประเทศเดินหน้า มองเศรษฐกิจไทยซบชั่วคราวเหตุสะดุดปัญหาการเมือง ห่วงเอสเอ็มอีอาการหนักตกที่นั่งลำบาก ด้าน "ดร.โกร่ง" เตือนทะเลาะกันไม่จบเศรษฐกิจพังยับ แม้ไม่หนักเท่าต้มยำกุ้ง เชื่อไม่มีปฏิวัติรัฐประหาร          นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะซบเซา เพราะสะดุดปัญหาทางการเมือง โดยพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังดีอยู่ แต่เป็นเหตุการณ์เพียงชั่วคราวไม่ได้เสียหายตลอดกาล โดยทางออกของประเทศไทยอยู่ที่การทำใจที่จะยอม เพราะในขณะนี้ต่างฝ่ายต่างยึดแนวทางของตัวเอง ทำให้ไม่มีผู้ที่มีอำนาจมาจัดการปัญหาของประเทศได้ หากแต่ละฝ่ายยอมถอยคนละก้าวก็จะสามารถจัดการได้ให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้          "ในขณะนี้ประเทศไทยถือว่าไม่ได้ไกลจากหน้าผา หรือวิกฤติมากนัก แต่ไม่มีใครที่จะแก้ เพราะต่างคนจะเอาอย่างที่อยากได้ ผ่านไป 1 วันก็เสียเวลาไปอีก 1 วันที่จะได้ใช้จัดการเรื่องดีๆ ไป" นายบัณฑูรกล่าว          ในส่วนของระบบธนาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจนั้น ขณะนี้ยังไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าธุรกิจรายเล็กๆ กำลังลำบาก ซึ่งธนาคารต้องประคองกันไปเพื่อให้ผ่านภาวการณ์นี้ไปได้และกลับมาเป็นปกติในอนาคต อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ฟ้ายังไม่เปิดเช่นนี้ภาคธุรกิจควรที่จะระมัดระวังการใช้จ่ายให้ดีที่สุด และสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในขณะนี้ยอมรับว่า ความสามารถในการทำกำไรของธนาคารจะต้องปรับลดลงไปบ้าง แต่เป็นเรื่องที่ยอมรับได้หากธุรกิจจะต้องเติบโตช้าลง          ด้านนายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ ทางเลือก ทางรอดเศรษฐกิจไทยปี 57 ว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัวเป็นผลจากปัญหาทางการเมืองและความแตกแยกของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เป็นปัญหาของการปฏิเสธระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ ทำให้มองไม่เห็นทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเมืองไทยขณะนี้ แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่า ถ้ายังทะเลาะกันแบบนี้ ก็ไม่สามารถดำเนินการทางการเมืองไปสู่ระบอบปกติอย่างมีเสถียรภาพได้ และเศรษฐกิจจะซึมลงและพังในที่สุด          "เมื่อถึงจุดจุดหนึ่ง ที่เห็นหายนะอยู่ข้างหน้า อาจจะหันมาปรองดองกันก็ได้" นายวีรพงษ์กล่าวและว่า สาเหตุที่เศรษฐกิจจะพังหนักมาก เพราะการลงทุนภาครัฐและเอกชนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ขณะที่ภาคธุรกิจต่างชะลอตัว ทั้งยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าคงทน วัสดุก่อสร้างต่างปรับตัวลดลง ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เคยคาดว่าจะฉุดเศรษฐกิจไทยขณะนี้ต่างชะลอตัว โดยเฉพาะอาคารชุด ถือเป็นสัญญาณที่น่าห่วงมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับวิกฤติต้มยำกุ้ง คงไม่หนักถึงขนาดนั้น          นายวีรพงษ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้จีดีพีไตรมาสแรกติดลบไปแล้ว และไตรมาส 2 ก็คาดจะติดลบอีกหากยังเป็นแบบนี้ เศรษฐกิจคงซึมแบบนี้ไปถึงสิ้นปี ยังไม่เห็นสัญญาณใดที่จะบอกว่าเศรษฐกิจจะหยุดซึม นโยบายใดๆ ก็ยังช่วยไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดดอกเบี้ยหรือใช้นโยบายการเงินใดๆ เพราะสินเชื่อก็ยังไม่โต แต่เศรษฐกิจคงไม่ทรุดปุบปับเหมือนวิกฤติต้มยำกุ้ง แต่จะซึมๆ แบบนี้ไป เอสเอ็มอีก็จะลำบากและเริ่มเห็นการทยอยปิดตัวลงแล้ว          ทั้งนี้ หากมองไปข้างหน้าปัจจัยลบยังมีอยู่ นั่นคือปัญหาทางการเมือง ความแตกแยกระหว่างคนไทยด้วยกัน แต่ยังเชื่อว่าจะไม่มีการปฏิวัติหากไม่มีการฆ่ากัน ด้วยเหตุผล 3-4 อย่าง คือ ตำรวจจะช่วยใคร ผู้ใหญ่ในกองทัพไม่แน่ใจว่าจะคิดเหมือนกันหรือไม่ หรือถ้าปฏิวัติ เสื้อแดงออกมาจะ รับมือได้หรือไม่ และสุดท้ายคือจะเกษียณ แล้วจะทำไปทำไม จึงเบาใจได้ว่าช่องว่างยังไม่เกิด ถ้าเกิดก็ต้องมีนายกฯคนนอก หมายถึงนอกการเมือง นอกสภา ไม่ใช่คนกลาง เพราะทุกวันนี้ไม่มีคนกลางจริงๆ

ข่าวล่าสุด