จากกรณีที่มีคลิปแพร่ภาพเหตุการณ์ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ที่จัดงาน สงกรานต์มิวสิคเฟสติวัล GU12 ใหญ่กว่า! มันส์มาก! ในวันที่ 13-14 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นมหกรรมความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดทั้งการแสดงฟรีคอนเสิร์ตของเหล่าดาราศิลปินนักร้องชื่อดัง ทั้งสตริงและลูกทุ่งหลายวง เพื่อตอบแทนแฟนบอลทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดทั่วประเทศ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีแฟนบอลชาวบุรีรัมย์ และนักท่องเที่ยวจากหลายจังหวัด แห่มาร่วมงานหลายหมื่นคน แต่มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งก่อกวนงาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้คุมตัววัยรุ่น 5 คนไว้ โดยประธานสโมสรบุรีรัมย์ ได้นำตัวมาขึ้นเวทีมวยที่สร้างขึ้นสำหรับพวกสร้างความวุ่นวาย ใช้ชื่อว่า เวทีคนคัน ให้เลือกชกกับนักมวยอาชีพ โดยได้ประกาศไว้ตั้งแต่ก่อนงานเริ่มแล้วว่า ใครซ่าส์ มาเจอ GU โดยใครที่ซ่าส์เมาชอบก่อกวนทำร้ายผู้อื่นในงานสงกรานต์ อยากซ่าส์ อยากตี อยากต่อย จะจัดให้ประลองกับนักมวยไทยอาชีพบนเวที ภายใต้กิตกาว่า ให้ตี ให้ต่อย ตามชอบใจ ไม่แพ้ชนะ ไม่ต้องลงเวที หลังจากคลิปเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ที่กลุ่มโจ๋พ่ายนักมวยอาชีพอย่างหมดรูป ได้เกิดการวิพากวิจารณ์กันเป็นอย่างมาก ทั้งด้านลบและบวก โดยนายธัญญา ประวรรณรัมย์ ประชาชนชาวจ.บุรีรัมย์ที่เข้าไปเที่ยวในงาน และติดตามข่าวนี้ด้วย กล่าวว่า การกระทำนี้ ถือเป็นการปรามเยาวชนที่ชอบดื่มสุรามึนเมาแล้วก่อเหตุทะเลาะวิวาท ภายในงานสงกรานต์ที่ทางสโมสรได้จัดขึ้นมากกว่าประเด็นอื่น ส่วนที่มีการวิพากวิจารณ์กันมากทั้งในโลกโซเซียลและประชาชนทั่วไปทั้งในทางลบและบวกเป็นเรื่องธรรมดา แต่ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นการจัดระเบียบวัยรุ่นที่ชอบดื่มสุราทะเลาะวิวาทในงานทั่วไป สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นที่อาจจะนำไปสู่การบาดเจ็บและสูญเสียชีวิตได้ เพราะนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวงานต่างก็มาเพื่อความสนุกสนานที่ทางสโมสรได้จัดขึ้นเพียงปีละครั้ง นายธัญญา ยังมองว่า บางเรื่องทางด้านกฎหมายก็ไม่สามารถที่จะจัดการกับสิ่งเหล่านี้ได้ เพียงจับปรับไม่กี่ร้อยบาท แล้วก็ปล่อยตัวไป ทำให้วัยรุ่นผู้ที่จะกระทำผิดเกิดความหึกเหิมก่อเหตุซ้ำอยู่เป็นประจำ เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว ถือว่าเป็นการจัดระเบียบกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบมีเรื่องทะเลาะวิวาทย์ในงานบุญและงานต่างๆ ได้เกิดจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันในสังคมไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น เพราะเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมายาวนาน แต่กฎหมายก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างจริงจัง " เชื่อว่าคนเห็นด้วยและสะใจมากกว่าคนที่จะออกมาค้าน เพราะเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นซ้ำซาก สร้างความเอือมระอาให้กับประชาชนที่พบเห็น หลังเกิดเหตุการณ์วันที่ 13 เม.ย. จนได้เข้าไปชมงานในวันที่ 14 เม.ย. ก็ไม่เห็นกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มไหนก่อเหตุทะเลาะวิวาทภายในงานอีก การจัดระเบียบกลุ่มวัยรุ่นในการทะเลาะวิวาทครั้งนี้ของนายเนวิน หากมีคะแนนจะให้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์อาจจะขัดต่อความไม่เหมาะสม แต่ก็ถือว่าเป็นผลดีต่อสังคม และเชื่อว่าปีหน้างานสงกรานต์ที่สนามไอโมบาย จะมีนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัดมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพราะเชื่อมั่นในการดูแลรักษาความปลอดภัยของผู้จัดงานมากยิ่งขึ้น ไม่เสี่ยงต่ออันตรายจากการก่อเหตุทะเลาะวิวาทที่อาจจะเกิดขึ้น "นายธัญญากล่าว ด้าน นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ กล่าวว่า การจัดให้มีเวทีมวยชั่วคราวให้กับกลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามาก่อเหตุนั้นมองว่าผู้จัดงานต้องการจัดโซนนิ่งให้วัยรุ่นได้ปลดปล่อยอารมณ์ และถือว่าเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้มาร่วมงานคนอื่นๆได้รับผลกระทบ และไม่โดนลูกหลงจนอาจจะได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ เชื่อว่าผู้จัดงานพยายามที่จะจัดการและป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทะเลาะวิวาท แต่ทั้งนี้ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมดกับการจัดเวทีชั่วคราวให้มีการชกต่อยกัน เนื่องจากจะมีกลุ่มคนมองได้ว่าเป็นการส่งเสริมความรุนแรง ส่วนผลกระทบ นอกจากด้านร่างกายแล้ว ผลกระทบทางด้านจิตใจคงไม่มีผลกระทบมากนัก เพราะคาดว่ากลุ่มวัยรุ่นมีแนวโน้มชกต่อยในที่สาธารณะที่ส่งผลกระทบเช่นกัน การแก้ปัญหาวัยรุ่นที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทในงานเทศกาลต่างๆนั้น ต้องจัดทีมแพทย์เข้าไปพูดคุยกับวัยรุ่นที่ก่อเหตุเป็นรายๆ เพราะแต่ละคนจะมีปัจจัยพื้นฐานที่ต่างกัน เป็นรายละเอียดที่ต้องดูภาพรวมทั้งครอบครัว การเลี้ยงดู เพื่อนำมาวิเคราะห์ จนนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในระยะยาว ส่วนที่สามารถดำเนินการได้ทันที เช่นการควบคุมการดื่มแอลกอฮอร์ในงานเทศกาล เพราะเชื่อว่า การดื่มแอลกอฮอร์เป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้วัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทได้มากขึ้น ส่วนที่ผู้จัดงานจัดเวทีให้ชกกับนักมวยอาชีพนั้น เชื่อว่าเป็นความพยายามจัดการให้ความรุนแรงอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้ แต่วิธีนี้ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ประเพณี วัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น วิธีนี้ไม่สามารถนำไปใช้ในทุกพื้นที่ได้นายแพทย์ณัฐกร กล่าว ส่วนนายนิติกร ค้ำชู นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความคิดเห็นว่า หากมองจากเจตนาของผู้จัดงาน คิดว่าหวังดีไม่ต้องการให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันในงาน แต่วิธีการที่จัดให้กลุ่มวัยรุ่นกับนักมวยอาชีพขึ้นชกกันบนเวทีนั้นมีความคิดเห็นว่า เป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสม เป็นการใช้ความรุนแรงในการหยุดปัญหา ซึ่งวิธีการนี้อาจจะใช้ได้ผลเฉพาะช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น และไม่มีใครยืนยันว่าการชกต่อยจะเป็นการแก้ปัญหาที่ใช้ได้ผล สามารถลดการทะเลาะวิวาทได้ น่าจะใช้วิธีอื่นๆ เช่นการพูดคุย การถามเหตุผล ที่มาที่ไปของการทะเลาะกัน แล้วจึงตักเตือน การใช้ความรุนแรงในการหยุดปัญหาคิดว่าไม่ได้ผล ปัญหาในงานอาจจะลดลง แต่ก็ไม่แน่ว่ากลุ่มวัยรุ่นจะไปทะเลาะต่อยตีกันต่อนอกงานก็เป็นไปได้ วิธีการชกต่อยอาจเพิ่มความขัดแย้ง จนเกิดการชกต่อยกันภายหลังได้ นายนิติกร กล่าว