วันที่ 4 เมษายน 2557 เวลา 07.00 น. กำนัน - ผู้ใหญ่บ้านกู่ ตำบลกู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ได้รายงานข้อมูลความเสียหายที่เกิดพายุหมุนฤดูร้อน ที่พัดบ้านเรือนราษฎรพังเสียหายไปเมื่อค่ำวานนี้ กว่า 80 หลังคาเรือน ประชาชนไร้ที่อยู่อาศัยทันที่กว่า 400 คน รวมทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ จนต้องเปิดศาลากลางหมู่บ้าน เปิดเครื่องขยายเสียง ขอรับบริจาคเครื่องนอน หมอบมุ้ง จากเพื่อนบ้านที่บ้านไม่พังได้มาช่วย เพียงครู่เดียวชาวบ้านได้หอบที่นอนหมอนมุ่งมาให้เป็นการด่วนพอได้นอนพักพิงไปก่อนชั่วคราวตลอดทั้งเมื่อคืนที่ผ่านมา และในเช้าของวันนี้ก็ได้ทำการสำรวจความเสียหายเพื่อรายงานขอความช่วยเหลือจากทางเหล่ากาชาดจังหวัดทันที นางสมนึก ระยับศรี อายุ 57 ปี ราษฎรบ้านกู่ หมู่ที่ 1 ตำบลกู่ เล่าว่า เมื่อค่ำของวันที่ 3 เมษายน 2557 เวลา 17.30 น. ขณะที่ชาวบ้านกำลังเร่งหุงหาอาหารค่ำ อยู่ๆ ท้องฟ้าก็มืดลง ขอบฟ้าเป็นสีแดง จากนั้นก็เกิดลมพัดมาอย่างแรง ที่บ้านกู่ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 14 ตำบลกู่ อำเภอปรางค์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้เกิดพายุฤดูร้อนหมุนมาอย่างแรงหอบเอาบ้านเรือนราษฎรลอยไปตามกระแสลมแรง กว่า 80 หลังคาเรือน สังกะสีลอยไปตามกระแสลม บ้านเรือนถูกลมพัดอย่างรุนแรง พังลงมากองอยู่พื้นที่ดิน ประชาชนตื่นตระหนักวิ่งหนีออกจากหมู่บ้าน ตัวบ้านที่ไม่มั่นคง หนีออกไปไกลจากต้นไม้ใหญ่ ร้องเรียกลูกหลานเด็กๆ กันจ้าละหวั่น ขณะที่ลมพายุหมุนพัดมาเพียงครู่เดียว บ้านเรือนราบเป็นหน้ากลอง ก่อนที่จะเกิดฝนตกนักมานานกว่า 2 ชั่วโมง หลังพายุสงบลงกำนัน - ผู้ใหญ่บ้าน ได้โทรศัพท์แจ้งทางราชการทราบก่อนที่จะเร่งทำการสำรวจความเสียหาย ขอความช่วยเหลือ แก่ลูกบ้านกว่า 80 หลังคาเรือน ที่บ้านพังเสียหาย ประมาณมูลค่าความเสียหายมากกว่า 10 ล้านบาท โดย นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ ( 3 เม.ย.57 ) ตนและคณะหัวหน้าส่วนได้ออกพื้นที่ไปโครงการจังหวัดเคลื่อนที่ที่อำเภอศิลาลาด จากนั้นได้เดินทางไปสำรวจภัยแล้วในอีกหลายอำเภอ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ อำเภอปรางค์กู่ แต่ภายหลังจากที่ตนสำรวจภัยแล้ง พบปะผู้นำหมู่บ้าน ตำบลแล้ว ขณะที่เดินทางกลับก็ได้เกิดลมพายุหมุนอย่างมาก่อนที่จะมีตกฤดูแล้งตกลงมาอย่างหนัก ตอนแรกก็นึกดีใจที่ชาวบ้านจะได้คลายร้อนนอนสบายในคืนนี้ และในวันพรุ่งนี้ตามแหล่งน้ำที่สำรวจภัยแล้งจะได้มีน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น แต่พอตอนเย็นราว 18.30 น.ก็ได้รับแจ้งว่า ลมพายุหมุนดังกล่าวได้ทำให้เกิดภัยพิบัติ บ้านเรือนราษฎรถูกลมพายุพัดพังไปกว่า 80 หลังคาเรือน ตนจึงได้สั่งการให้นายอำเภอเข้าทำการช่วยเหลือเบื้องต้น และเร่งสำรวจความเสียหาย รายงานด่วนขึ้นมาเพื่อที่จะได้รายงานต่อไปยังกระทรวงเพื่อหาทางช่วยเหลือเป็นการด่วน และยังได้แจ้งให้นายอำเภอจัดหาที่พักพิงช่วยคราวให้ครอบครัว ที่ไม่มีบ้านยาติอาศัย ได้มีที่อยู่อาศัยไปชั่วคราวก่อนด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี วาตภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นับว่ารุ่นแรงที่สุดในต้นปีนี้ของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งก่อนหน้านี้กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศแจ้งเตือนมายังพี่น้องประชาชนในภาคอีสาน ว่าจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้นระยะ 2 - 3 วันนี้ แม้ประชาชนจะได้รับทราบข่าว แต่ก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้แต่อย่างใด จากนี้คงจะต้องคอยความช่วยเหลือจากภาครัฐ ที่จะเข้ามาเยียวยาต่อไป