ศาล รธน.นัดลงมติ 21 มี.ค. ปมเลือกตั้ง 2 ก.พ.
19 มี.ค. 2557 | wanchat

สำนักงานศาลรธน. 19 มี.ค.57 - ศาลรธน. นัดลงมติปมเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะหรือไม่ 21 มี.ค.นี้ พร้อมนัดแถลงด้วยวาจา ปมคำร้องกกต.ยื่นตีความปัญหา 28 ไร้ผู้สมัคร
ข่าว
19 มี.ค. 2557 | wanchat

สำนักงานศาลรธน. 19 มี.ค.57 - ศาลรธน. นัดลงมติปมเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะหรือไม่ 21 มี.ค.นี้ พร้อมนัดแถลงด้วยวาจา ปมคำร้องกกต.ยื่นตีความปัญหา 28 ไร้ผู้สมัคร
เมื่อเวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง ในการออกนั่งบัลลังไต่สวนรับฟังฟังคำชี้แจงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง นายพงศ์ เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ผู้แทนนายกรัฐมนตรี เพื่อประกอบ เพประกอบการพิจารณาคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 245 (1) ว่าการจัดการเลือกตั้งส.ส. เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ และมีคำสั่งให้นายพงศ์เทพ ยื่นคำแถลงเพิ่มเติมตามที่ร้องขอภายในวันที่ 20 มี.ค. พร้อมนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในวันศุกร์ที่ 21 มี.ค. เวลา 11.00 น.เป็นต้นไป ทั้งนี้ในการชี้แจงไต่สวน นายพรเพชร ได้ชี้แจงยืนยันว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 254(1) เพราะเรื่องดังกล่าวสืบเนื่องจาก พระราชกฤษฎีการเลือกตั้ง 2556 ถือเป็นประเด็นข้อกฎหมาย และเมื่อพิจารณาทั้งรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. ไม่มีมาตราใดที่เขียนไว้โดยตรงเกี่ยวกับอำนาจการตรวจสอบการเลือกตั้งทั่วไป มีเฉพาะมาตรา 219 วรรคสาม ให้เป็นอำนาจศาลฎีกาแผนกคดีเลือกกรณีที่มีการโต้แย้งการเลือกตั้งเป็นรายเขตรายกรณี ส่วนในประเด็นข้อเท็จจริงหลักว่าการเลือกตั้งชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าในวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. ที่มีการจัดเลือกตั้งได้เพียง 347 เขต และ 28 เขตต้องมีการจัดเลือกตั้งใหม่ย่อมทำให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น 2 วันทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งสามารถเลื่อนได้แต่นายกรัฐมนตรี และประธานกกต. ในฐานะผู้รักษาการตาม พ.ร.ฎ. เลือกตั้งก็ไม่ดำเนินการ และเมื่อมีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ซึ่งมีจำนวนว่าหมื่นหน่วยเลือกตั้งไม่สามารถจัดลงคะแนนได้แม้จะมีการลงคะแนน เลือกตั้งในภายหลังก็ไม่มีหลักการว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 93 กำหนด นอกจากนี้ ที่มีการนับคะแนนและประกาศผลคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งทั้งที่การเลือกตั้งในส่วนอื่นยังไม่แล้วเสร็จมีผลเป็นการชี้ในใน 28 เขตเลือกตั้ง ที่ยังไม่มีผู้สมัคร การปล่อยให้นายกรัฐมนตรีประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2 สัปดาห์ก่อนวันเลือกตั้ง 2 ก.พ.ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบของผู้สมัครพรรคการเมืองทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม การเลือกตั้งที่มีปัญหาในครั้งนี้ถือเป็นวิกฤติที่ร้ายแรงไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกระทบทั้งเศรษฐกิจ สังคม และโดยเฉพาะการเมือง แม้รัฐบาลจะคืนอำนาจให้กับประชาชนแล้วก็มีการประท้วงทำให้อำนาจบริหารของรัฐบาลรักษาการทำได้ไม่เต็มที่ เสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย และถ้าหากปล่อยให้ กกต. จัดการเลือกตั้งนี้ต่อไปก็ไม่มีหลักประกันว่าจะเสร็จสิ้นได้เมื่อใด ซึ่งก็มีผู้แย้งว่าระหว่างความชอบด้วยกฎหมายกับสิทธิของประชาชนที่ไปเลือกตั้งและมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ เราควรจะคำนึงถึงสิ่งใหม่มากกว่ากัน ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องชั่งน้ำหนัก แต่ส่วนตัวของผมเห็นว่าถ้าอีกไม่กี่วันถ้าศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยว่าต้องมีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ใหม่ คนกรุงเทพฯก็ต้องถูกกระทบสิทธิ์ แต่ก็เป็นการบอกว่าการเลือกตั้งนั้นไม่ถูกต้องเช่นเดียวกัน ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ใช้ต้นทุนสูงมาก มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน จนมีผู้บอกว่าหากปล่อยให้ปัญหานี้ดำรงอยู่และให้รัฐบาลรักษาการต่อไปจนสิ้นไตรมาส 2 จะกระทบต่อตัวเลขมวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) อย่างยิ่งดังนั้นจึงคิดว่าในเมื่อเราไม่มีทางออกอื่นนอกจากวิถีทางตามรัฐธรรมนูญ ทำไมเราไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งที่ชอบธรรมที่จะได้มีคนดีมาบริหารบ้านเมือง ซึ่งตนเชื่อว่าถ้ามีการจัดการเลือกตั้งใหม่ แม้ในสถานการเช่นนี้ก็เชื่อว่าถ้ารัฐบาลและกกต.อยู่ในวิสัยที่จะจัดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมได้นายพรเพชร กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากนั้นคณะตุลาการได้ให้ตัวแทนฝ่ายรัฐบาลและ กกต.ในฐานะผู้ถูกร้องได้ชี้แจง โดยศาลได้ให้ความสนใจซักถามในประเด็นข้อแตกต่างทางกฎหมายระหว่างวันเลือกตั้งใหม่กับวันลงคะแนนเลือกตั้ง ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร และการนับและประกาศผลคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ถือว่าขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ และผลคะแนนที่ออกมาถือเป็นการชี้นำการลงคะแนนในเขตที่ยังไม่แล้วเสร็จหรือไม่ รวมถึง เหตุใดกกต.จึงไม่ขยายเวลารับสมัคร เพื่อให้ 28 เขต มีผู้สมัครเพราะกกต.ย่อมรู้อยู่แล้วว่าการเดินหน้าจัดการเลือกตั้งต่อไปไม่มีทางที่จะได้ ส.ส. ร้อยละ 95 ที่จะเปิดประชุมสภาได้ภายใน 30 วันหลังจากวันเลือกตั้ง รวมถึง เมืองศาลรัฐธรรมนุญมีคำวินิจฉัยว่าเลื่อนวันเลือกตั้งได้เหตุใดทั้งรัฐบาลและกกต. จึงไม่ดำเนินการ และกรณีที่มีการขัดขวางกมารเลือกตั้งรัฐบาลในฐานะที่เป็นผู้ต้องรักษาความสงบเรียบร้อย กลับไม่สามารถทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยได้ถือว่าต้องมีส่วนในการรับผิดชอบหรือไม่ โดยก่อนที่ นายพงศ์เทพ จะให้ถ่อยคำนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการฯ ก็ได้ชี้แจงกรณีที่นายพงศ์เทพ ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดศาลจึงเร่งรัดในการพิจารณาคดีโดยให้เวลาการทำและยื่นเอกสารชี้แจงเพียง 1 วันว่า ที่ต้องเร่งวินิจคดีนี้เพราะมีผลเชื่อมโยงกับการดำเนินการจัดการเลือกตั้งอีกหลายส่วน หากปล่อยให้มีการดำเนินการไปก็อาจไม่เกิดประโยชน์และสูญเปล่า ขณะเดียวกันการวินิจฉัยเร็วก็จะเป็นผลดีกับบ้านเมือง และยืนยันว่าไม่ได้ยึดกับระยะเวลาแต่คำนึงถึงเงื่อนไขของเหตุการณ์เป็นหลัก จากนั้นนายพงศ์เทพ ได้ชี้แจงว่า รัฐบาลเห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจในการยื่นคำร้องตามมาตร 245(1) ของรัฐธรรมนูญเนื่องจากมาตรานี้เป็นความชอบด้วยกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.,พ.ร.ก,และคำสั่งคณะปฏิรูป ไม่ใช้กฎหมายในรูปแบบอื่นเช่นกฎกระทรวงหรือ พ.ร.ฎ. แต่ถึงแม้จะเป็นความชอบของ พ.ร.ฎ. แต่ผู้ตรวจการไม่ได้ยื่นเกี่ยวกับความชอบทางกฎหมายเลย แต่กลับยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเกี่ยวกัยความชอบในการปฏิบัติหน้าที่ของกกต. ซึ่งไม่เข้าข่ายอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการ นอกจากนี้คดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งไม่ใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นในข้อเท็จจริงในการจัดการเลือกตั้งเห็นว่า เขตเลือกตั้งที่ไม่สามารถลงคะแนนได้จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. มีเพียงร้อยละ 10 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมดเท่านั้นซึ่งกฎหมายก็ให้อำนาจกกต. ในการจัดให้มีการลงคะแนนใหม่ได้อยู่แล้ว โดยในอดีต ก่อนการประกาศผล กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) ก็มีการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่โดยที่ไม่มีการโต้แย้ง หากจะบอกว่าการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ทำให้การเลือกไม่เป็นวันเดียวกันทั่วประเทศประเทศไทยก็ไม่ต้องจัดการเลือกตั้งกันเลย ส่วน 28 เขตเลือกตั้งไม่ใช้ไม่มีผู้สมัคร มีคนอยากสมัครแต่สมัครไม่ได้เป็นหน้าที่ที่กกต.ต้องดำเนินการแต่ ณ วันนี้ ยังไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเลย และที่ว่าการประกาศผลคะแนนไปก่อนทำให้ขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับและอาจมีผลเป็นการชี้นำการเลือกตั้งที่เหลือตามที่ตุลาการฯตั้งข้อสังเกตนั้น มองว่าหัวใจสำคัญของหลักการลงคะแนนโดยลับน่าจะอยู่ที่ ตอนผู้มีสิทธิกาบัตรต้องไม่ให้รู้ว่าลงคะแนนให้ใคร ไม่ใช่ไม่เป็นความลับเพราะมีการประกาศผลคะแนน ซึ่งถามว่าหากมีการประกาศผลคะแนนไปแล้วแล้วมีคนเพียง 2 คนยังไม่ได้ลงคะแนนถามว่าการลงคะแนนของ 2 คนนี้จะทำให้ผลคะแนนเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ก็หมายเลือกตั้งได้เขียนให้อำนาจกกต. ไม่ต้องสั่งจัดการเลือกตั้งใหม่ กรณีที่เห็นว่าหากดำเนินการตามคำร้องก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง อำนาจในการจัดการเลือกตั้งเป็นของกกต. รัฐบาลไม่มีอำนาจ แม้ครั้งนี้นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ร่วมรักษาการตาม พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งที่มีผลมาจากการยุบสภา แต่การจัดการเลือกตั้งก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายกฯเลย ที่บอกว่า นายกฯออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งนั้น ข้อ 1 ของประกาศที่ออกก็ได้ระบุชัดเจนว่าห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมเกินกว่า 5 คนยกเว้นการชุมนุมหาเสียงเลือกตั้ง ฉะนั้นการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับพรรคการเมืองใด และก็ไม่มีพรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนไหนมาร้องว่าการเลือกตั้งไม่เป็นธรรมนายพงศ์เทพ กล่าว นายพงศ์เทพ ยังกล่าวด้วยว่า เห็นด้วยกับผู้ตรวจการแผ่นดินที่บอกว่าจะกระทบกับตัวเลข จีดีพี แต่เห็นตรงข้ามว่าหากจัดการเลือกตั้งในส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จ น่าจะดีกว่าการเริ่มต้นกระบวนการใหม่ เพราะถ้าไปรับสมัครใหม่ก็อาจจะมีการบาดเจ็บเสียชีวิตเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมารวมถึงกว่าจะทำให้ได้รัฐบาลใหม่ก็อาจจะเป็นในช่วงเดือน มิ.ย.-ต.ค. ส่วนที่คณะตุลาการตั้งข้อสังเกตว่า หากการเลือกตั้งครั้งนี้สำเร็จรัฐบาลที่จะเข้ามาจะได้รับการยอมรับและความขัดแย้งจะยุติหรือไม่นั้น เห็นว่าการเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งปัญหาความขัดแย้งทั่วโลกไม่ใช้จะยุติได้เพราะการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งอย่างน้อยก็เป็นการให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยได้แสดงออกถึงเจตนาของตัวเอง และสังเกตได้ว่าหลังจากการเลือกตั้ง 2 ก.พ. การขัดขวางการเลือกตั้งลดลง แต่ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีความสูญเสียขึ้นอีกหรือไม่ อย่างไรก็ตามที่ตุลาการฯตั้งข้อสงสัยว่ารัฐบาลได้มีการขอให้กกต.ขยายเวลาการรับสมัครหรือไม่ นายพงศ์เทพ ยืนยันว่าตั้งแต่ยังไม่หมดเวลาการรับสมัครแต่เห็นแล้วว่ามีปัญหาว่าจะได้ผู้สมัครไม่ครบทุกเขต ก็ได้ไปหารือกับกกต. ว่า ผอ.การเลือกตั้งประจำเขตมีอำนาจที่จะประกาศให้มีการรับสมัครที่ไหนก็ได้ และควรมีการประกาศรับสมัครนอกเขตเพื่อป้องกันปัญหาแต่กกต.ก็ไม่ทำ จนเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการรับสมัคร กกต.ก็ไม่มีการขยาย นอกจากนี้นายพงศ์เทพ ยังเห็นว่ากฎหมายได้ให้อำนาจกกต. ในการดำเนินการให้มีผู้สมัครในเขตเลือกตั้งในเขตที่ไม่มีผู้สมัครได้ ซึ่งไม่ต้องขอออกพ.ร.ฎ.ใหม่ โดยได้ยกตัวอย่างว่าหากเขตเลือกตั้งมีผู้สมัคร 3 คน แต่ก่อนลงคะแนนมีเหตุให้ผู้สมัครทั้งหมดขาดคุณสมบัติ กกต. ก็ต้องมีการรับสมัครใหม่ และจัดให้มีการลงคะแนนหลังวันเลือกตั้งอยู่แล้ว ซึ่งจะไปตีความว่าทำให้มีการเลือกตั้ง 2 วันคงเป็นไปไม่ได้ กรณีเป็นการเอามาตรา 88 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งฯ ที่กำหนดเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งกรณีมีผู้สมัครรายเดียวมาเทียบเคียง อย่างไรก็ตามทำให้นายจรัญ ท้วงว่า มาตราดังกล่าวระบุถึงการจัดการเลือกตั้งใหม่ได้ต้องเป็นกรณีที่มีผู้สมัครแล้ว ซึ่งนายพงศ์เพท ก็พยายามชี้แจงว่าเป็นการนำกฎหมายมาเทียบเคียงเพื่อให้สามารถเดินหน้าเลือกตั้งได้ จากนั้นนายจรัญ ก็ถามอีกว่า ระหว่างวันลงคะแนนเลือกตั้ง กับวันเลือกตั้งเห็นว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เมื่อมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง กกต. ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จหากมีหน่วยเลือกใดมีปัญหา กกต.ก็ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรก็ไม่เป็นปัญหา ทั้งนี้ นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ตุลาการฯ และนายจรูญ อินทจาร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ถาม รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย แต่ไม่สามารถจัดการกับการขัดขวางการเลือกตั้ง ต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ผู้ที่ขัดขวางการเลือกตั้งควรเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุด ซึ่ง กกต.ก็ได้ใช้อำนาจสั่งการไปยังหน่อยงานต่างๆให้ช่วยสนับสนุนการเลือกตั้ง ขณะที่ รัฐบาลพยายามดำเนินการตามที่ กกต. ร้องขอ แต่บางเรื่องก็มีข้อจำกัดจากคำสั่งของศาล ที่ห้ามใช้อาวุธสลายการชุมนุม ขนาดถนนบริเวณหน้าศาลรัฐธรรมนูญยังมาได้ยาก หลายกรณีเราเห็นตำตาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ด้านนายศุภชัย กล่าวชี้แจงว่า กกต.ยึดหลักกฎหมาย ยังไม่มีอะไรที่กระทำผิด 28 เขตเลือกตั้งก็ยังรอคำวินิจฉัยของศาลก็ยังไม่ถือว่ามีการเลือกตั้ง 2 วันขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเห็นว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจที่จะยื่นคำร้องนี้ อีกทั้งภายหลังมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งแล้วมีการชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้ง กกต. ก็เล็งเห็นแล้วว่าจะไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรมได้ ก็ได้พยายามที่จะเสนอให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งออกไป จะเห็นได้จากการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เมื่อมีคำวินิจฉัยว่าสามารถเลื่อนได้ แต่รัฐบาลยืนยันจะเดินหน้า กกต. ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งโดยให้เป็นนโยบายกับฝ่ายปฏิบัติว่า หากมีการขัดขวางพยายามอย่าให้เสียเลือดเนื้อเพราะเมื่อคนเสียชีวิตแล้วเรียกคืนไม่ได้แต่การเลือกตั้งหากเสียไปสามารถจัดใหม่ได้ จากนั้นนายศุภชัย ได้มอบหมายให้นายวรภัทร วงศ์ปราโมทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงาน กกต. ได้ชี้แจงในประเด็นข้อกฎหมายที่คณะตุลาการสงสัยว่า กรณีการจัดการลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ หลังวันเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง มาตรา 78 , 108 , 109 และ มาตรา 88 ของ พ.ร.บ. เลือกตั้ง ที่บัญญัติเกี่ยวกับวิธีการเลือกตั้งกรณีมีผู้สมัครรายเดียว มีความแตกต่างกันอย่างไร และสามารถใช้กับกรรีที่ไม่มีผู้สมัครในเขตนั้นเลยได้หรือไม่ ว่าทั้งมาตรา 78 , 108 , 109 เป็นการกำหนดให้กกต. สามารถจัดลงคะแนนเลือกตั้งใหม่หลังวันเลือกตั้งได้จากเหตุที่แต่ต่างกัน เช่นเกิดภัยพิบัติ มีการขัดขวางการเลือกตั้ง ตามมาตร 78 เกิดดำเนินการไม่ชอบ ของผู้ปฏิบัติงานเลือกตั้ง ตามมาตร 108 หรือ นับคะแนนแล้วพบว่าการนับคะแนนนั้นไม่ถูกต้องตามมาตรา 109 ส่วนมาตรา 88 เป็นกรณีที่เมื่อเลือกตั้งแล้วผู้สมัครรายเดียวในเขตนั้นได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิ กกต. ต้องประกาศให้มีการรับสมัครเลือกตั้งใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการดำเนินการในกรณีที่มีผู้สมัครแล้ว แต่กรณีที่ไม่มีผู้สมัครเลยแม้จะมีผู้มองว่า กกต. สามารถอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 ประกอบมาตรา 93 ออกประกาศให้มีการรับสมัครและจัดการเลือกตั้ง แต่เมื่อพิจารณาแล้ว เนื้อหาใน 2 มาตราดังกล่าวรวมถึง พ.ร.บ.เลือกตั้ง เห็นว่า บัญญัติแต่ในหลักการ ไม่ได้เขียนถึงวิธีการ ซึ่งที่ผ่านมาการที่ กกต. จะออกประกาศหรือระเบียบอะไรกกต.จะยึดว่ากฎหมายมาตรานั้นเขียนให้อำนาจว่าให้กกต.ดำเนินการ ถ้าไม่ได้เขีนยการออกมาประกาศถือว่าทำเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด จะเห็นได้จากมาตรา 88 ของ พ.ร.บ. เลือกตั้งเขียนไว้ชัดว่าถ้าเลือกตั้งไปแล้ว ผู้สมัครรายเดียวนั้นไม่ได้คะแนนร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิ์ให้กกต.สั่งให้มีการรับสมัครใหม่ แต่ในกรณีของ 28 เขต ที่ไม่มีผู้สมัคร ไม่มีกฎหมายมาตราใดให้อำนาจ กกต.เปิดหรือขยายการรับสมัครใหม่ได้หลังพ้นกำหนดระยะเวลาการรับสมัคร และถ้าทำเช่นนั้นก็จะกระทบต่อการเลือกตั้งนอกราชอาญาจักร และอาจกลายเป็นการละเมิดสิทธ์ของผู้ที่จะใช้สิทธ์ได้ ในช่วงที่กกต.เปิดรับสมัคร ได้พยายามที่จะทำให้การรับสมัครเป็นผลสำเร็จ เพราะมวลชนบอกว่าจะคัดค้านการเลือกตั้งแต่ไม่ขัดขวางทำให้เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้และเชื่อว่ารัฐบาลที่มีหน้าที่รักษาความสงบได้ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ก็น่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ จึงได้มีการเตรียมสถานที่รับสมัครสำรอง รวมถึงให้พรรคการเมืองที่ประสงค์จะสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ แต่เข้าสมัครไม่ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ ส.น.ดินแดง และกองปราบปราม ซึ่งขณะนั้นยังไม่ถือ่วาการรับสมัครเกิดขึ้น แต่การรับสมัครเกิดขึ้นในวันที่ 26 ธ.ค. ที่กกต.ทั้ง 5 คนไปรับสมัครด้วยตนเอง และมีการจับสลากหมายเลขให้กับ 53 พรรคการเมือง ส่วนในระบบเขตแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่รับสมัครแต่ผู้อำนวยการเขตซึ่งเป็นผู้มีอำนาจได้มีการติดประกาศแจ้งเปลี่ยนสถานที่ไว้ที่ ศาลากลาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และ แจ้งผู้สื่อข่าวทุกสำนักถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครอย่างเท่าเทียมแล้ว " นายวรภัทร กล่าว จากนั้นนายทวีเกียรติ ตุลาการ ได้ท้วงว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 235 ให้อำนาจกกต.ในการออกประกาศได้อยู่แล้ว เมื่อกกต.เห็นแล้วว่าหากการไม่มีผู้สมัคร 28 เขต เลือกตั้งไปก็ไม่ประสบผลสำเร็จทำไมไม่ขยายระยะเวลาไปจนกว่าจะมีผู้สมัครครบทุกเขตเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นหลักการปฏิบัติทั่วไปที่เป็นธรรมชาติ เหมือนกรณีการรับสมัครประมูลงานเมื่อไม่มีผู้สมัครก็ต้องขยายเวลาไป ซึ่งนายศุภชัย ได้ชี้แจงว่า กกต. ได้หารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่าการจะออกประกาศอะไรก็ต้องอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจทำได้ แต่เรื่องขยายวันรับสมัครกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ และหากขยายการรับสมัครไปก็คงไม่สำเร็จขนาดไปสัมนาแก้ไขปัญหาการเลือกตั้งที่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 7 มี.ค. แกนนำกปปส. ในพื้นที่ก็ยืนยันว่าต้องมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง หากมีการรับสมัคร ส.ส. ก็ยังจะขัดขวางอีก ด้านนายนุรักษ์ มาประณีต ตุลาการฯ ก็ได้ถามว่าก่อนการเลือกตั้ง ศาลได้วินิจฉัยว่าสามารถเลื่อนวันเลือกตั้งได้ทำไมถึงไม่มีการเลื่อนรัฐบาลมีเหตุผลอะไร และทำไมกกต.ยอมทำตามรัฐบาลจนกลายเป็นปัญหาถึงทุกวันนี้ นายศุภชัย กล่าวว่า หลังศาลมีคำวินิจฉัย กกต.ได้หารือกับนายกฯและคณะรัฐมนตรีเขาก็บอกว่าทำไม่ได้ไม่มีกฎหมายให้อำนาจเลื่อน และยังมีการระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญแทงกั๊ก จะให้ทำอะไรก็ไม่บอกให้ชัดเจน บางคนถึงกับพูดว่าจะให้ลากนายกฯไปเข้าคุก ซึ่งในส่วนของกกต.ถ้ามีกฎหมายให้กกต.เลื่อนได้กกต.เลื่อนไปนานแล้ว แต่การเลื่อนต้องออกเป็น พ.ร.ฎ. เมื่อรัฐบาลไม่เลื่อนเราก็ต้องจัดการเลือกตั้ง ขนาดเด้นหน้าเลือกตั้งยังถูกฟ้องว่าไม่อยากจัดการเลือกตั้ง อธิบดี ดีเอสไอ ก็มาประกาศผ่าน ศรส. ว่าจะดำเนินคดีกับกกต. ขนาดจัดเรายังโดยถ้าไม่จัดเราเสร็จเลย ขณะที่นายสุพจน์ ก็ได้ถามย้ำว่า ที่ไม่เลื่อนเพราะว่ากลัวถูกฟ้องรวมทั้งการทำงานของ กกต. ไม่เป็นอิสระอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐบาลใช้หรือไม่ ทำให้นายศุภชัย ต้องกล่าวชี้แจงด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า รัฐธรรมนุญกำหนดคุณสมบัติของกกต. ว่าต้องเป็นกลางไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลพรรคการเมืองแต่การเลื่อนการเลือกตั้งต้องออกเป็น พ.ร.ฎ. ถ้าเราทำเองได้ทำไปแล้ว เราไม่ได้อยู่ในอำนาจใคร และไม่ได้กลัวถูกฟ้องเราถูกฟ้องมาแล้วหลายคดี ตนสมัครเข้ามาด้วยความจริงใจ นอกจากนี้ นายศุภชัย ยังได้กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วยว่า เราได้ออกหนังสือเตือนไปยังรัฐบาลแล้วว่าการออกประกาศฯ ขอให้พึงระมัดระวังเพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ห้ามไม่ให้รัฐบาลใช้ทรัพยากรณ์ของรัฐเพื่อประโยชน์ในการหาเสียงไม่ใช้เราละเลยเราเตือนมาโดยตลอด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการไต่ส่วน สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญยังได้ออกเอกสารข่าวระบุว่าในวันที่ 21 มี.ค. เวลา 9.30 น. คณะตุลาการยังได้นัดอภิปรายและวินิจฉัยคำร้องที่ กกต. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาความขัดแย้งระหว่างกกต. กับรัฐบาลตามมาตร 214 ว่า 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัคร กกต. สามารถออกเป็นประกาศกกต. หรือต้องให้รัฐบาลออกเป็น พ.ร.ฎ. เลือกตั้ง และ หากต้องออกเป็น พ.ร.ฎ.ใหม่ จะสามารถทำเฉพาะ 28 เขตได้หรือไม่ หรือต้องออกเป็น พ.ร.ฎ. เลือกตั้งใหม่ในทุกเขตเลือกตั้ง