"คปท."เสนอผ่า สตช. ตั้งตำรวจจังหวัดแทน
13 มี.ค. 2557 | wanchat

13 มี.ค.57 - "คปท." เสนอผ่า สตช.ตั้งตำรวจจังหวัดแทน ออกกฎห้ามอัยการเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ
ข่าว
13 มี.ค. 2557 | wanchat

13 มี.ค.57 - "คปท." เสนอผ่า สตช.ตั้งตำรวจจังหวัดแทน ออกกฎห้ามอัยการเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ
คปท.--13 มี.ค.2557 --ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสาน คปท. นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. และนายสุริยันต์ ทองหนูเอียด เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) แถลงข้อเสนอการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพื่อเป็นหนึ่งในร่างพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย นายนิติธร กล่าวว่า จากปัญหากระบวนการยุติธรรมไทยที่ขาดนโยบายองค์รวมไม่เปิดโอกาสให้ชุมชน ประชาสังคม ประชาชน เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม และ.ยังมีปัญหาการเลือกปฏิบัติ ขาดความเสมอภาคในการอำนวยความยุติธรรมทำให้ผู้ที่เดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรม คปท.จึงเสนอแนวทางปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญา 5 ด้าน ได้แก่ 1.ปฏิรูประบบตำรวจ ด้วยการปรับโครงสร้างตำรวจ กระจายอำนาจ ลดการซื้อตำแหน่ง เพื่อให้รับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ ด้วยการปฏิรูปโครงสร้างของตำรวจใหม่ จากระบบตำรวจที่รวมศูนย์อำนาจอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ออกไปเป็นตำรวจจังหวัดทั่วประเทศ ภายใต้การกำกับของผู้ว่าราชการจังหวัด นอกจากนั้นต้องปรับบทบาท สตช.ให้ไปอยู่ภายใต้กระทรวงยุติธรรม รวมทั้งต้องแยกอำนาจสืบสวนสอบสวนออกจากกันอย่างชัดเจน 2.ปฏิรูปกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ด้วยการกำหนดคดีที่ดีเอสไอมีอำนาจสอบสวนอย่างเคร่งครัด และชัดเจน 2) ยกเลิกระเบียบประกาศคำสั่งหรือกฎหมายใดๆ ที่ให้อำนาจอธิบดีดีเอสไอสามารถกำหนดคดีที่ดีเอสไอมีอำนาจสอบสวนได้ด้วยตนเอง การทำคดีพิเศษต้องทำเป็นคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นายนิติธร กล่าวต่อว่า 3.ปฏิรูประบบอัยการ ให้อัยการมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง พ้นจากอำนาจการเมือง โดยไม่ให้รับตำแหน่งอื่นระหว่างเป็นพนักงานอัยการ รวมทั้งเป็นกรรมการหรือบอร์ดรัฐวิสาหกิจโดยเด็ดขาด ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองและบอร์ดรัฐวิสาหกิจ หลังจากพ้นตำแหน่งเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี การใช้ดุลพินิจของอัยการทางคดีต้องมีการตรวจสอบและถ่วงดุล โดยให้มีองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นมาทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลโดยเฉพาะ 4.ปฏิรูประบบตุลาการ ต้องปรับปรุงระบบการพิจารณาคดีอย่างจริงจัง เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่า ย และให้มีความรวดเร็วและถูกต้อง ปรับปรุงแนวทางการพิสูจน์และให้น้ำหนักของหลักฐานที่ไม่ใช่การยึดติดกับตัวเอกสารเท่านั้น เพิ่มโทษเสียค่าปรับแทนการติดคุกในคดีที่ไม่รุนแรง ชะลอฟ้องร้อง และการคุมประพฤติ เพิ่มโทษค่าปรับสูงสุดและกลไกการปรับสูงสุดตามดัชนีผู้บริโภค และ 5.ปฏิรูประบบราชทัณฑ์ แยกผู้ต้องขังแต่ละประเภท ยกเลิกการตีตรวน การริเริ่มรูปแบบใช้สถานที่กักกันหรือนิคมมาเป็นมาตรการเสริม - ปรับปรุงพัฒนาระบบการลงโทษเพื่อแก้ไขฟื้นฟูให้มีทั้งแบบที่ดูแลโดยชุมชน แบบกำกับดูแลโดยใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่และแบบคุมขังในเรือนจำประกอบกันอย่างสมดุล