แถลงการณ์กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ เรื่องการสิ้นสุดลงของรัฐบาลรักษาการณ์นายกฯยิ่งลักษณ์

ศ.บรรเจิด นำทีมแถลงข่าวการสิ้นสุดลงของ "รัฐบาลรักษาการยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" (ภาพและข่าว @satien_ntv)
ข่าว
ข้อมูลเนื้อหาแถลงการณ์//แถลงการณ์กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ เรื่องการสิ้นสุดลงของรัฐบาลรักษาการณ์นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร//ความแตกแยกขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้กำลังขยับเข้าสู่ ภาวะสงคราม ซึ่งเป็นภาวะที่ฝ่ายหนึ่งใช้กองกำลังติดอาวุธซุ่มโจมตีและทำลายอีกฝ่ายหนึ่งที่ใช้การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ถือหลักสันติอหิงสาเป็นแนวทางในการต่อสู้ ภาวะการณ์เช่นนี้ย่อมนำไปสู่ความสูญเสียต่อชีวิตและร่างกายของผู้บริสุทธ์ ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กได้ตกเป็นเหยื่อทางการเมืองของผู้กระหายอำนาจแม้จะแลกด้วยชีวิตเลือดเนื้อของผู้บริสุทธ์และยังไม่อาจคาดหมายได้ว่าจะมีผู้บริสุทธ์อีกกี่รายที่จะต้องพลีชีวิตเพื่อให้รักษาการณ์นายกรัฐมนตรีที่ไม่อาจกล่าวอ้างหลักประชาธิปไตยได้ ได้เสวยอำนาจอีกต่อไปกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์เห็นว่า // รัฐบาลภายใต้การนำของรักษาการณ์นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้สิ้นสุดลงปราศจากฐานที่จะอ้างความชอบธรรมใดๆตามรัฐธรรมนูญได้อีกต่อไป อันสืบเนื่องมาจาก (๑) ความล้มเหลวของการเลือกตั้ง (๒) ความล้มเหลวของรัฐบาล และ (๓) องคาพยพของรัฐบาลกระทำการปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ (๑) ความล้มเหลวของการเลือกตั้ง การเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ไม่อาจนำไปสู่การเปิดสภาผู้แทนราษฎรได้ตามมาตรา ๑๒๗ ของรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังมีปัญหาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะขัดกับมาตรา ๑๐๘ ของรัฐธรรมนูญ และปัญหาอื่นๆอีกหลายประการ กล่าวโดยสรุป ฉันทานุมัติของประชาชนจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ที่ส่งผลให้จัดตั้งรัฐบาลนั้น ย่อมสิ้นสุดลงเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร และเพียงทำหน้าที่รักษาการณ์เพื่อรอสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ในการเลือกผู้บริหารชุดใหม่ต่อไป เมื่อเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าการเลือกตั้งในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ไม่อาจบรรลุผลได้อย่างแน่แท้ การดำรงอยู่ของรัฐบาลจึงมิอาจดำรงอยู่ได้อีกต่อไป(๒) ความล้มเหลวของรัฐบาล รัฐบาลรักษาการณ์ภายใต้การนำของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ในภาวะล้มเหลวในการบริหารโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ ก) ความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ข) ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาให้กับชาวนาอันสืบเนื่องจากโครงการรับจำนำข้าวซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทยจนนำไปสู่การฆ่าตัวตายและการเสียชีวิตจำนวนมากของชาวนาผู้ประสบเคราะห์กรรมจากนโยบายดังกล่าว ความล้มเหลวดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ค) ความล้มเหลวในการดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชน โดยเฉพาะจากกองกำลังที่ลอบซุ่มโจมตีด้วยอาวุธสงครามต่อผู้บริสุทธ์ ความเสียหายต่อผู้บริสุทธ์คนแล้วคนเล่านอกจากอำนาจฝ่ายรัฐบาลไม่สามารถปกป้องคุ้มครองได้แล้ว การกระทำทั้งหลายเหล่านี้น่าเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับฝ่ายรัฐบาลโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้(๓) องคาพยพของรัฐบาลกระทำการปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ เมื่อรัฐบาลไม่อาจอาศัยความชอบธรรมจากการเลือกตั้ง ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ประกอบกับรัฐบาลไม่สามารถใช้อำนาจของฝ่ายบริหารในการสั่งการใดๆได้ ตลอดทั้งศาลได้มีคำสั่งห้ามมิให้ ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ใช้อำนาจตามที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้อีกต่อไป องคาพยพของรัฐบาล จึงหันไปใช้กองกำลังติดอาวุธที่เคยใช้ได้ผลเมื่อพฤษภาคม ๒๕๕๓ เพื่อข่มขู่คุกคาม ผู้ชุมนุมโดยสงบปราศอาวุธถือหลักสันติอหิงสา จนนำมาสู่การบาดเจ็บล้มตายของผู้บริสุทธ์ คนแล้วคนเล่า ไม่เว้นแม้แต่เด็กผู้บริสุทธ์ที่ไม่เดียงสา จนล่าสุดมีการเดินพลสวนสนามของ กองกำลังอาสาสมัคร และต่อมามีการรับสมัครอาสาสมัครโดยกล่าวอ้างว่าเพื่อปกป้องประชาธิปไตย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงไปสู่ การแบ่งแยกประเทศ เป็น ประเทศอีสานล้านนา นั้น การกระทำดังกล่าวย่อมเป็นพฤติกรรมที่ประจักษ์ชัดว่าเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญจนไม่อาจยอมรับได้อีกต่อไปจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น รัฐบาลรักษาการณ์จึงสิ้นสภาพจากกระทำของตนเองและองคาพยพของรัฐบาลโดยไม่อาจกล่าวอ้างรัฐธรรมนูญและหลักประชาธิปไตยได้อีกต่อไป เพราะผู้จะกล่าวอ้าง รัฐธรรมนูญ และ หลักประชาธิปไตย ได้นั้นจะต้องไม่ใช่ ผู้ทำลาย และด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง สถาบันทางการเมืองเท่าที่เหลืออยู่และประชาชนชอบที่จะสถาปนา ผู้ปกป้องรัฐและรัฐธรรมนูญ ขึ้นใหม่เพื่อธำรงความเป็น ราชอาณาจักร ที่มิอาจแบ่งแยกได้ และพิทักษ์ปกป้องรัฐธรรมนูญและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขสืบไปตราบชั่วลูกชั่วหลานของสยามประเทศด้วยจิตคารวะกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ๔ มีนาคม ๕๗