วันนี้ (11 ก.พ.57) นายปรารภ ลิไธสง การค้าภายในจ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุว่า ตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/57 เมื่อเดือนตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ ได้มีเกษตรกรนำข้าวมาเข้าร่วมโครงการรับจำนำแบบใบประทวนแล้วกว่า 296,000 ตัน และขณะนี้ทางโรงสีได้ทยอยแปรสภาพข้าวส่งโกดังกลาง 2 แห่ง ทั้งที่ อ.สตึก และ อ.ประโคนชัยแล้ว กว่า 400,000 กระสอบ หรือประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนข้าวที่เข้าร่วมโครงการฯ และอีกจำนวนหนึ่งได้แปรสภาพส่งโกดังกลางที่ จ.นครราชสีมา ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า ปีนี้มีเกษตรกรสนใจนำข้าวมาเข้าร่วมโครงการรับจำนำมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยปีนี้เฉพาะจำนำแบบใบประทวนมากถึง 296,000 ตัน ขณะปีที่ผ่านมามียอดจำนำทั้งใบประทวนและยุ้งฉาง รวม 270,000 ตัน ซึ่งสาเหตุที่มีเกษตรกรนำข้าวเข้าร่วมโครงการมากกว่าขายตามท้องตลาด อาจเพราะเนื่องจากมาจากราคารับจำนำจูงใจ ประกอบกับปีนี้มีจุดรับจำนำที่อำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรมากถึง 63 จุด จากปีที่แล้วมีเพียง 40 จุดเท่านั้น การค้าภายในจังหวัด ยังระบุอีกว่า การแปรสภาพข้าวเข้าโกดังกลาง จะต้องแปรตามคำสั่งขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ทั้งนี้การส่งมอบข้าวเข้าโกดังกลางจะต้องส่งมอบให้ครบตามจำนวนที่สั่งแปร ภายในวันที่ 19 เมษายน 2557 หรือภายใน 50 วันตั้งแต่วันสิ้นสุดการรับจำนำ วันที่ 28 ก.พ.2557 ทั้งนี้ในขั้นตอนการส่งมอบ ทางคณะทำงานระดับจังหวัด รวมทั้ง อคส. และบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว หรือ(เซอร์เวเยอร์) จะต้องมีการตรวจสอบชนิด ปริมาณ และคุณภาพ ข้าวที่จะต้องส่งเข้าคลังกลางอย่างละเอียด ว่าครบถ้วนหรือไม่ พร้อมทั้งจะต้องมีผู้ถือกุญแจโกดังกลางร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ จนท.อคส.ประจำคลังกลาง ผู้แทนบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว และตัวแทนจังหวัด ทั้งจะต้องมีการตรวจสอบหรือตรวจนับเป็นระยะ แล้วรายงานผู้บังคับบัญชา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่กำกับดูแลได้รับทราบด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวในโกดังกลางสูญหาย หรือส่งมอบไม่ครบซ้ำรอยอย่างเช่นปีที่ผ่านมา