แล้งจัดเขื่อนลำปะทาวลดฮวบ
03 ก.พ. 2557 | wanchat

ชัยภูมิ - จ่อวิกฤตแล้งหนัก ต้นทุนน้ำดิบเพื่อกันสำรองไว้ในเขื่อนลำปะทาว เพื่อใช้ผลิตประปาให้กับโซนเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด ในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิทั้งหมด ขาดน้ำดิบผลิตประปาได้อีกไม่เกิน 2 เดือน
ข่าว
03 ก.พ. 2557 | wanchat

ชัยภูมิ - จ่อวิกฤตแล้งหนัก ต้นทุนน้ำดิบเพื่อกันสำรองไว้ในเขื่อนลำปะทาว เพื่อใช้ผลิตประปาให้กับโซนเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด ในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิทั้งหมด ขาดน้ำดิบผลิตประปาได้อีกไม่เกิน 2 เดือน
3 ก.พ.57 - สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มวิกฤตมาเร็วกว่าทุกปี หลังนายมนชัย สวัสดิวารี ชลประทานจ.ชัยภูมิ ต้องเร่งออกแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ใกล้ลำน้ำชีไหลผ่านทุกแห่งทั้ง 16 อำเภอของจ.ชัยภูมิ ขณะนี้มีระดับน้ำในลำน้ำชีแห้งขอดแล้วหลายพื้นที่เนื่องจากชาวบ้านเริ่มทำนาปรังจำนวนมาก และคาดว่าจะไม่มีต้นทุนน้ำเพียงพอเพื่อใช้เพาะปลูกในปีนี้ได้ เพราะภัยแล้งมาเร็วกว่าทุกปีในปีนี้ และแม้กระทั่งพืชผักทั่วไปสวนพริกหลายแห่งก็เริ่มได้รับผลกระทบขาดน้ำยืนต้นแห้งตายจำนวนมากหลายพื้นที่ตามมาอีกจำนวนมากด้วยเช่นกัน รวมทั้งในโซนเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิทั้งหมด กว่า 25 ชุมชน ในปีนี้ที่ต้องใช้น้ำจากเขื่อนลำปะทาวทั้งตอนบน ที่มีความจุอยู่ที่ 44 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งปัจจุบันมีระดับน้ำเก็บกักลดลงต่อเนื่องเหลือไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องกันไว้เลี้ยงสันเขื่อนและไม่สามารถใช้ปล่อยให้ด้านการเกษตรและระบบประปาแล้ว และยังเหลือเพียงเขื่อนลำปะทาวตอนล่างที่มีความจุ 16 ล้าน ลบ.ม.ปัจจุบันระดับน้ำลดลงต่อเนื่องเหลือไม่เกิน 12 ล้าน ลบ.ม.แล้ว ที่จะเหลือไว้เป็นต้นทุนหลักในการผลิตประปาให้กับเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ทั้งหมดไม่เกินอีก 3 เดือนจากนี้ไปซึ่งต้องใช้น้ำผลิตประปามากกว่าเดือนละ 2 ล้าน ลบ.ม. แต่เริ่มเกิดปัญหามีเกษตรกรไปติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งทำนาปรังในพื้นที่ใกล้ลำปะทาวไหลผ่านก่อนส่งน้ำเข้ามาถึงตัวเมืองจำนวนมาก และเริ่มกระทบต่อระบบการประปาแล้ว ที่จะเหลือน้ำต้นทุนสำรองไว้ผลิตด้านประปาเท่านั้นได้อีกไม่เกิน 2 เดือน ช่วงนี้จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายว่าควรงดทำนาปรังและสูบน้ำออกจากลำปะทาวไว้ก่อนโดยเด็ดขาด เพราะน้ำที่เหลือไม่สามารถมีเพียงพอให้ทำนาปรังในปีนี้ทั้งหมดได้แล้วภาพจากแฟ้ม