เนชั่นทีวี

ข่าว

สพฉ.เข็น 4 มาตรการรับมือ 13 ม.ค.

09 ม.ค. 2557 | wanchat

สพฉ.เข็น 4 มาตรการรับมือ 13 ม.ค.

9 ม.ค. 2557-สพฉ.เตรียมผลักดัน 4 มาตรการดูแลความปลอดภัยผู้ปฏิบัติหน้าที่-ชุมนุม วอนทุกฝ่ายให้ความร่วมมือหากเห็นรถกู้ชีพเปิดไฟไซเรนรีบเปิดทาง ยันไม่มีการใช้รถฉุกเฉินขนอาวุธ

ด้านสภากาชาดไทยเผยในภาวะเร่งด่วนประสานรถไฟฟ้าบีทีเอส-มอเตอร์ไซค์ช่วยลำเลียงโลหิตส่งตามโรงพยาบาลต่างๆแล้ว ระบุ สำรองโลหิต 400ยูนิตต่อวัน เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2557 เวลา 10.00 ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการชุมนุมใหญ่ของกปปส.ในวันที่ 13 ม.ค.ว่า ทางสพฉ.จะร่วมกับสภากาชาดไทยในการผลักดันให้เกิดความปลอดภัยกับทั้งเจ้าหน้าที่ที่คอยช่วยเหลือผู้ชุมนุมหากเกิดการประทะขึ้น โดยในเบื้องต้นจะพยายามผลักดันใน 4 เรื่องมาตรการหลัก ได้แก่ 1.จะมีการประสานงานกับผู้ร่วมให้ความช่วยเหลือทุกหน่วย ทั้งจากศูนย์เอราวัณ ของกรุงเทพและโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุขให้มีการจัดลงทะเบียนผู้มาร่วมช่วยเหลือเพื่อให้มีความเป็นระบบและเกิดความปลอดภัยกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน 2.ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนทุกสังกัดใส่สัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่ามาเพื่อให้ความช่วยเหลือไม่เกี่ยวกับการเมือง 3.จะมีการเตือนและประสานให้เจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่ทันทีหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นโดยยึดตามหลักสากล และ4.ทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่โดยหากเห็นรถกู้ชีพฉุกเฉินหรือแอมบูแลนซ์เปิดไฟไซเรนก็ขอให้เปิดทางให้รถสามารถผ่านเพื่อลำเลียงผู้ป่วยอกจากพื้นที่ได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ได้รับบาดเจ็บ  ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการแทรกซึมขนอาวุธมากับรถพยาบาลทางสพฉ.จะมีการเตรียมความพร้อมอย่างไร นพ.อนุชา กล่าวว่า ถ้าเป็นรถพยาบาลที่เป็นไปตามระบบนั้นก็จะมีมาตรการดูแลอยู่แล้วแต่ตนไม่สามารถตอบได้หากมีรถอื่นๆแต่งตัวคล้ายผู้ปฏิบัติหน้าที่เข้ามาซึ่งตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ผิดหลักอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนของรถกู้ชีพเวลามีการส่งเวรต่อกันในทุกๆรอบของการขนย้ายคนเจ็บก็จะมีการตรวจสอบกันอยู่แล้ว ดังนั้นจึงอยากให้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่มีใครเลือกข้าง และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทุกฝ่าย ด้านนพ.พิชิต ศิริวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า สำหรับการสำรองโลหิตของสภากาชาดคาดว่าจะไม่มีปัญหาโดยเบื้องต้นทางสภากาชาดไทยจะมีการสำรองโลหิตไว้ประมาณวันละ 400 ยูนิต ส่วนปัญหาเรื่องการเดินทางมาบริจาคโลหิตนั้นทางสภากาชาดได้มีการเตรียมรถไว้ออกไปบริการรับบริจาคโลหิตจากประชาชนตามจุดต่างๆของกรุงเทพอยู่แล้ว อาทิ เดอะมอลล์บางนา เซ็ลทรัลบางนา เซ็ลทรัลลาดพร้าว เป็นต้น ทั้งนี้ในส่วนของการลำเลียงโลหิตในภาวะฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลต่างๆนั้น ทางสภากาชาดก็จะมีการใช้บริการของรถไฟฟ้าบีทีเอส รถมอเตอร์ไซค์ มาช่วยในการขนย้ายโลหิต ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจในการให้บริการและไม่ต้องเป็นกังวลกับเรื่องดังกล่าว

ข่าวล่าสุด