"ผมเคยพูดกับทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เราเก็บเอาไว้ก็ผิด ส่งต่อประเทศที่ 3 หากมีใครรับก็ดี แต่ก็ไม่เคยมี เพียงแต่พูดว่าสนใจ ไม่เคยขอมาเป็นทางการ ส่วน UNHCR ไม่เคยประกาศเป็นผู้ลี้ภัย ก็ยังเป็นผู้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งผมบอกว่า หากมีประเทศที่ 3 รับ ผมก็พร้อมส่งไป แต่ผมคงไม่รอ เพราะผมก็โดนบีบ เพราะจีนอ้างว่า ชาวอุยกูร์ 40 คน เป็นพลเมืองของเขา และจีนก็ขอมาตามระบบ ไทยก็ดำเนินการตามนั้น พร้อมคำนึงถึงกฎหมายระหว่างประเทศ แล้วเราก็ติดตามความเป็นอยู่เขาเป็นระยะ และผมกำลังจะไปพิสูจน์ว่าเขายังอยู่ดี และเขาก็เป็นคนเลือกที่จะไป“
นายภูมิธรรม ยังยืนยันว่า ซินเจียงในยุคนี้ กับเมื่อ 10 ปีก่อน ต่างกันมาก ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อีกทั้งได้มีการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดแล้ว ยืนยันว่าที่จะเดินทางไปดูเป็นตัวจริงทั้งหมด
ส่วนประเทศมหามิตรกำลังงดวีซ่ากับผู้เกี่ยวข้องส่งตัวชาวอุยกูร์นั้น ก็ถือเป็นกระบวนการ เราไม่สามารถห้ามได้ แต่ตนก็หวังว่า เมื่อเขาได้ประจักษ์จะเข้าใจมากขึ้น
เมื่อถามว่า ได้เตรียมแผนรองรับอย่างไรบ้าง หากโดนงดเรื่องวีซ่า นายภูมิธรรม ย้ำว่า เป็นสิทธิ์ของสหรัฐฯ และเราก็ถือว่าทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว ผลออกมาเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ไม่กังวลอะไร และไม่ได้ท้าทาย ต่างฝ่ายต่างทำตามหน้าที่
เมื่อถามว่า หากสหรัฐฯ ยังไม่เข้าใจ ก็ถือเป็นเรื่องของเขาใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม ย้ำว่า เราทำดีที่สุดแล้ว