หากพิจารณาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา จะพบว่าหลักฐานสำคัญที่ศาลฯให้น้ำหนักคือ งบการเงิน รายได้ที่ได้มาจากการประกอบกิจการสื่อหรือไม่ เป็นตัวชี้วัดว่า หุ้นของบริษัทที่ถืออยู่เป็นหุ้นสื่อหรือไม่ แม้จะมีวัตถุประสงค์ทำสื่อระบุอยู่ แต่รายได้ที่ได้ไม่ได้มาจากการทำสื่อ ก็รอด
ดังที่เห็นในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจำนวน 64 คนก่อนหน้านี้ มีเพียงคนเดียวที่ถูกชี้ขาดให้พ้นส.ส. คือ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อดีตส.ส.พรรคอนาคตใหม่ กรณีของนายพิธา จะรอดหรือไม่รอดคดีหุ้นสื่อหรือไม่ จึงไม่ได้อยู่ที่คำถาม คำตอบในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
แต่เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ถือหุ้นในบริษัทที่มีรายได้จากการประกอบกิจการสื่อหรือไม่ และที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม อย่าบิดเบือนข้อกฎหมาย ด้วยการนำประเด็นที่ไม่ใช่สาระมากลบข้อเท็จจริง เพราะนั่นไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้อง