มหาดไทย เผยรายละเอียดเงินกู้และผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ
ด้าน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า โครงการนี้มีเจตนารมณ์เพื่อมอบสิทธิให้ประชาชนใช้หลังคาบ้านเป็นพื้นที่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง ในภาวะที่ต้นทุนพลังงานในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น รัฐบาลจะสนับสนุนจาก พ.ร.บ.เงินกู้ หลังคาเรือนละ 50,000 บาท สำหรับระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ (และไม่เกิน 10 กิโลวัตต์) ซึ่งขนาด 5 กิโลวัตต์จะผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ย 500-700 ยูนิต สามารถช่วยประหยัดค่าไฟให้กับครัวเรือนที่มีค่าใช้จ่ายสูง (เช่น เดือนละ 5,000 บาท) ได้ถึงรอบบิลละ 2,000 บาท โดยอุปกรณ์มีอายุการใช้งาน 20-25 ปี
สำหรับครัวเรือนที่ใช้น้ำมันหรือไฟฟ้าน้อย แต่อยากเข้าร่วมโครงการ ก็สามารถขายไฟฟ้าที่ผลิตได้คืนให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตและการไฟฟ้านครหลวงในอัตรา 2.20 บาทต่อยูนิต ส่วนประชาชนที่ขาดเงินก้อน จะมี 3 ธนาคารรัฐ ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2.5% คงที่ 7 ปี
โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งประชาชนสามารถให้นำรายได้จากการขายไฟฟ้ารายเดือน ส่งชำระค่างวดให้กับธนาคารได้โดยตรง
โต้เอื้อนายทุนใหญ่ แจงยิบแบงก์การันตีมีไว้คุ้มครองสิทธิประชาชน
นายพลพีร์ ยืนยันกระแสข่าวบนโซเชียลมีเดียเรื่องการเอื้อประโยชน์นายทุนใหญ่ว่า ไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน เนื่องจากประชาชนมีสิทธิเลือกผู้รับเหมาด้วยตนเอง โดยผู้รับเหมาที่จะให้บริการจะต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานของการไฟฟ้าทั้งสองแห่ง ทั้งด้านสถานะทางการเงิน วิศวกรประจำ และผลงานการติดตั้งในอดีต
สำหรับกรณีการวางแบงก์การันตี 50,000 บาทของผู้รับเหมานั้น นายพลพีร์ ชี้แจงว่า เป็นหลักประกันที่จะคืนให้ผู้ให้บริการทันทีหลังจากติดตั้งและเปลี่ยนเป็น Smart Meter เรียบร้อยแล้ว เหตุที่ต้องมีแบงก์การันตี ก็เพื่อป้องกันกรณีบริษัทเอกชนโฆษณาแล้วรับเงินกู้ประชาชนไป แต่ไม่สามารถติดตั้งได้จริง เงินแบงก์การันตีส่วนนี้จะถูกนำมาใช้ดูแลประชาชนแทน นอกจากนี้ ผู้รับเหมาจะต้องรับประกันการดูแล Maintenance ทำความสะอาดแผง และตรวจเช็กระบบให้กับประชาชนยาวนานถึง 7 ปี
ย้ำว่าโครงการนี้ทำขึ้นเพื่อประชาชน ไม่เคยมีรัฐบาลชุดใดทำมาก่อนในอดีตที่เอกชนมักได้ค่า Adder ส่วนเพิ่ม แต่วันนี้รัฐบาลต้องการทลายระบบเดิมเพื่อคืนผลประโยชน์ให้ประชาชน และต้องขอขอบคุณกระทรวงการคลังที่เสนอ พ.ร.บ.เงินกู้ 200,000 ล้านบาทเข้ามาขับเคลื่อนโครงการนี้
กฟน.-กฟภ. พร้อมเปิด Vendor List ประชาชนแห่ลงทะเบียนแล้วกว่า 5.6 หมื่นราย
ขณะที่ นายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ระบุร่วมกันว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการขึ้นทะเบียน Vendor List กับ กฟน. และ กฟภ. แห่งละประมาณ 1,000 ราย รวมถึงเปิดรับผู้ประกอบการในระดับจังหวัดเพิ่มเติม โดยเปิดโอกาสให้เอกชนในพื้นที่เข้าร่วมประเมินเกณฑ์ความพร้อม วิศวกร และประสบการณ์อย่างเท่าเทียม ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อและเลือกผู้รับเหมาผ่านระบบออนไลน์ของการไฟฟ้าได้เอง
ทั้งนี้ ล่าสุดมีประชาชนสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วรวมกว่า 56,000 ราย (แบ่งเป็น กฟภ. 44,400 ราย และ กฟน. 12,000 ราย) โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ หรือนำบัตรประชาชนไปติดต่อที่สำนักงานการไฟฟ้าใกล้บ้านได้ทันที