เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: ธนาคารโลกเตือน ขยะล้นโลกเร็วกว่าคาด — ประเทศยากจนรับไม่ไหว แล้วเราอยู่ตรงไหน?

10 เม.ย. 2569

STORY: ธนาคารโลกเตือน ขยะล้นโลกเร็วกว่าคาด — ประเทศยากจนรับไม่ไหว แล้วเราอยู่ตรงไหน?

ถ้าโลกเราเคยคิดว่ายังมีเวลาอีก 10 ปีในการแก้ปัญหาขยะ — ตอนนี้เวลานั้นหมดแล้ว แล้วถุงพลาสติกในมือคุณวันนี้ กำลังไปอยู่ที่ไหน?

โลกเราผลิตขยะเกิน 2,560 ล้านตันต่อปีแล้ว และเราไม่ได้พร้อมรับมือกับมันเลยแม้แต่น้อย

รายงาน "What a Waste 3.0" ที่เพิ่งเผยแพร่โดยธนาคารโลกส่งสัญญาณเตือนที่ทำให้นักวางแผนนโยบายทั่วโลกต้องสะดุ้ง เพราะปริมาณขยะที่นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะเกิดขึ้นใน ปี 2030 กลับมาถึงเราแล้วตั้งแต่ปี 2022 — เร็วกว่ากำหนดเกือบหนึ่งทศวรรษ

และถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยน ภายในปี 2050 ขยะทั่วโลกจะพุ่งขึ้นแตะ 3,860 ล้านตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 50% ในเวลาไม่ถึง 30 ปี



🔵 [ใครสร้างขยะมากที่สุด? คำตอบอาจทำให้คุณแปลกใจ]


ประเทศรายได้สูงที่มีประชากรเพียง 16% ของโลก กลับสร้างขยะถึง 29% ของทั้งหมด ฟังดูแล้วเหมือนว่าปัญหาอยู่ที่โลกตะวันตก แต่รายงานชี้ให้เห็นว่า อัตราการเติบโตของขยะที่เร็วที่สุด กลับอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในแอฟริกา เอเชียใต้ และลาตินอเมริกา

แอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮาราคาดว่าจะมีขยะเพิ่มขึ้น 124% ส่วนเอเชียใต้ 99% ภายในปี 2050 — และนั่นคือภูมิภาคที่มีโครงสร้างพื้นฐานจัดการขยะไม่พอ เงินทุนไม่ถึง และยังต้องรับมือกับขยะที่พุ่งขึ้นจากการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว

แล้วถ้าขยะมันล้นอยู่ตรงนั้น สุดท้ายมันจะไปอยู่ที่ไหน?

🔵 [ขยะอาหารและพลาสติก — สองตัวการที่เราอาจมองข้าม]


"ขยะอาหาร" เป็นองค์ประกอบที่ใหญ่ที่สุดของขยะทั่วโลก คิดเป็น 38% ของขยะมูลฝอยชุมชน และในประเทศรายได้น้อย ขยะอินทรีย์อาจสูงถึง 52% ของขยะทั้งหมด ปัญหาคือเมื่อมันถูกทิ้งโดยไม่ผ่านการจัดการที่ถูกต้อง มันจะกลายเป็นแหล่งปล่อย ก๊าซมีเทน — ก๊าซเรือนกระจกที่มีอานุภาพทำลายสภาพภูมิอากาศสูงกว่า CO₂ ถึง 28 เท่า ทั่วโลกมีขยะอาหารที่ถูกจัดการอย่างถูกต้องเพียง 6% เท่านั้น และในประเทศรายได้น้อย ตัวเลขนั้นลดเหลือต่ำกว่า 1%

ขณะเดียวกัน ขยะพลาสติก กว่า 93 ล้านตันต่อปี รั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมอย่างผิดวิธี และมันไม่ได้หยุดอยู่ที่หลุมฝังกลบ นักวิทยาศาสตร์พบว่านกที่กินขยะจากบ่อฝังกลบ สำรอกพลาสติกออกมาในพื้นที่ธรรมชาติ จนเกิดการปนเปื้อนของ ไมโครพลาสติก ในแหล่งน้ำ — และในที่สุดก็เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของเราผ่านปลา ผัก และพืชผลทางการเกษตร

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ปัญหาอนาคต — มันกำลังเกิดขึ้นในจานอาหารของเราอยู่แล้ว



🔵 [ความเหลื่อมล้ำที่ซ่อนอยู่ในถังขยะ]


ภาพที่น่าตกใจที่สุดในรายงานนี้ไม่ใช่ตัวเลขขยะ แต่คือความเหลื่อมล้ำในการจัดการ ประเทศรายได้สูงจัดเก็บขยะได้เกือบ 100% แต่ประเทศรายได้น้อยจัดเก็บได้เพียง 28% ส่วนที่เหลือถูกทิ้งในที่โล่ง เผากลางแจ้ง หรือไหลลงแหล่งน้ำ

และในจุดที่รัฐเข้าไม่ถึง ระบบขยะโลกถูกพยุงเอาไว้โดยแรงงานนอกระบบกว่า 18 ล้านคน ทั่วโลก ที่ทำงานคัดแยกวัสดุโดยไม่มีหลักประกันใด ๆ รองรับ ไม่มีสิทธิ์ทางกฎหมาย ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เพียงพอ

นทุนทางการเงินในการจัดการขยะทั่วโลกอยู่ที่ราว 250,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2022 และจะพุ่งขึ้นเป็น 426,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2050 ธนาคารโลกระบุว่าแต่ละประเทศต้องลงทุนประมาณ 0.3–0.8% ของ GDP เพื่อสร้างระบบจัดการขยะที่ครอบคลุม แต่เกือบ 3 ใน 4 ของประเทศรายได้ต่ำและปานกลางใช้จ่ายด้านนี้ไม่ถึง 0.15% ของ GDP เลยด้วยซ้ำ

แล้วทางออกมีไหม? มี — แต่ต้องการสิ่งที่ไม่ใช่แค่เงิน

🔵 [เปลี่ยนขยะเป็นโอกาส — ถ้าโลกตัดสินใจจะทำ]


รายงานเสนอเป้าหมายที่ฟังดูท้าทายแต่เป็นไปได้ นั่นคือการ ควบคุมปริมาณขยะโลกให้คงที่ อยู่ที่ระดับปัจจุบันแม้ว่าประชากรและเศรษฐกิจจะโต แนวทางประกอบด้วยการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง ขยายระบบเก็บขยะให้ทั่วถึง ยกเลิกหลุมฝังกลบแบบเปิด พัฒนาการรีไซเคิลและทำปุ๋ยหมักให้เป็นระบบจริงจัง รวมถึงบังคับใช้กฎหมายที่ให้ ผู้ผลิตรับผิดชอบต่อบรรจุภัณฑ์ ที่ตนสร้างขึ้น

ถ้าทำได้ จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคขยะลงเกือบ 50% ภายในปี 2050 และยังสร้างงานใหม่ในอุตสาหกรรมแปรรูปวัสดุได้อีกหลายล้านตำแหน่ง

หมิง จาง จากธนาคารโลกสรุปตรงประเด็นว่า ขยะคือภัยคุกคามที่ถูกประเมินต่ำเกินไป แม้จะเกิดขึ้นในระดับท้องถิ่น แต่ผลกระทบมันไปไกลกว่านั้นมาก และเทคโนโลยีทุกอย่างพร้อมแล้ว สิ่งที่ขาดอยู่คือ เจตจำนงทางการเมือง และ การลงทุนที่ต่อเนื่อง

วันนี้คุณทิ้งขยะกี่ชิ้น? และในชิ้นเหล่านั้น มีกี่ชิ้นที่คุณรู้ว่ามันจะไปอยู่ที่ไหน

ปัญหาขยะโลกไม่ใช่เรื่องของนักสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป — มันคือเรื่องของสุขภาพ เศรษฐกิจ และความเป็นธรรมในสังคม ถ้าแต่ละคนเริ่มตั้งคำถามกับขยะในมือตัวเอง และแต่ละรัฐบาลกล้าลงทุนอย่างจริงจัง บางทีวิกฤติที่มาเร็วกว่าที่คิด อาจมีทางออกที่เร็วกว่าที่กลัวก็ได้

คุณคิดว่าประเทศไทยพร้อมแค่ไหนกับวิกฤตินี้?