STORY : "เม็กซิโก" ปลอดภัยพอสำหรับ "ฟุตบอลโลก" หรือไม่?
01 มี.ค. 2569
ผ่านมาเพียงหนึ่งสัปดาห์นับตั้งแต่ "เอล เมนโช" ราชายาเสพติดหมายเลขหนึ่งของเม็กซิโกถูกกองทัพบุกปลิดชีพ คลื่นความรุนแรงเพื่อล้างแค้นได้แผ่ขยายไปทั่ว
Nation Story
01 มี.ค. 2569
ผ่านมาเพียงหนึ่งสัปดาห์นับตั้งแต่ "เอล เมนโช" ราชายาเสพติดหมายเลขหนึ่งของเม็กซิโกถูกกองทัพบุกปลิดชีพ คลื่นความรุนแรงเพื่อล้างแค้นได้แผ่ขยายไปทั่ว
ท่ามกลางเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองและจลาจลที่ลุกลาม คำถามตัวโตที่ตามมาคือ เม็กซิโกจะสามารถรับประกันความปลอดภัย ในระหว่างการเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ได้หรือไม่?
🔵 [สัปดาห์แห่งความโกลาหล หลังสิ้นชื่อ "เอล เมนโช"]
เหตุการณ์ความไม่สงบถึงขั้น "เผาบ้านเผาเมือง" ปะทุขึ้นอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจาก เนเมซิโอ "เอล เมนโช" โอเซเกรา เซร์บันเตส หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด "Jalisco New Generation Cartel" หรือ CJNG ที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์กรอาชญากรรมที่น่าหวาดกลัวที่สุดในเม็กซิโกนับตั้งแต่ปี 2011 ถูกปลิดชีพลงในระหว่างที่กองทัพใช้ปฏิบัติการกวาดล้างในเมืองกัวดาลาฮารา รัฐฮาลิสโก
หลักฐานที่สนับสนุนความน่าเกรงขามขององค์กรนี้ คือการที่สมาชิกระดับปฏิบัติการของแก๊งตอบโต้รัฐบาลด้วยการวางเพลิงและก่อความรุนแรงบนท้องถนนในเมืองกัวดาลาฮารา ทำให้เมืองเอกของรัฐฮาลิสโกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศแห่งนี้ตกอยู่ในความโกลาหล ก่อนที่คลื่นความรุนแรงจะลุกลามไปใน 20 รัฐ รวมถึงกรุงเม็กซิโกซิตีที่เป็นเมืองหลวง เหตุการณ์เหล่านี้คือการประกาศศักดาและการไม่ยอม "หมอบ" ของ CJNG
🔵 [ยุทธศาสตร์ "แฟรนไชส์" อาชญากรรมที่ฆ่าไม่ตาย]
การดับสูญของ เอล เมนโช ไม่ได้หมายถึงจุดสิ้นสุดขององค์กรอาชญากรรมกระฉ่อนโลกในสายตาของนักวิเคราะห์ เพราะความซับซ้อนของโครงสร้างแก๊ง CJNG ไม่น่าจะนำไปสู่การล่มสลายเพียงเพราะสูญเสียผู้นำ การเป็นแก๊งที่มีเครือข่ายระดับโลก มักเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้ากับความเป็นไปได้ที่ผู้นำที่ขับเคลื่อนองค์กรจะถูกจับหรือสังหาร
โดยเฉพาะ เอล เมนโช ที่ตกเป็นเป้าหมายของรัฐบาลเม็กซิโกมาหลายปี โดยมีค่าหัวสูงถึง 15 ล้านดอลลาร์ และถูกสหรัฐฯ หมายหัวเพราะเชื่อว่าอยู่เบื้องหลังการลักลอบขนยาเสพติด "เฟนทานิล" (Fentanyl) เข้าสหรัฐฯ ยิ่งเมื่อถูกสหรัฐฯ กำหนดให้เป็นองค์กรก่อการร้ายในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025 ก็เชื่อว่า CJNG จะต้องเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ CJNG เผชิญความสูญเสีย แต่เมื่อใดก็ตามที่ผู้นำถูกสังหาร ก็จะมีคนใหม่ขึ้นมาทดแทน และยาเสพติดจำนวนมหาศาลก็ยังคงไหลข้ามพรมแดนสหรัฐฯ แบบไม่ขาดตอน สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ (DEA) ระบุว่า CJNG มีโครงสร้างคล้ายธุรกิจแฟรนไชส์ ขณะที่นักวิเคราะห์ของ "Lantia Intelligence" ของเม็กซิโกให้ข้อมูลว่า แก๊งนี้ประกอบด้วยองค์กรย่อยประมาณ 90 องค์กร จึงยากต่อการทำให้สั่นคลอนหรืออ่อนแอลง
🔵 [เดิมพันเจ้าภาพ: วิกฤตความปลอดภัย "เวิลด์คัพ 2026"]
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างแรงกดดันให้กับรัฐบาลเม็กซิโก ที่เผชิญกับคำถามที่ว่า จะมีฝีมือหรือศักยภาพพอที่จะรักษาความปลอดภัยในช่วงที่เป็นเจ้าภาพร่วมกับสหรัฐฯ และแคนาดา จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (World Cup 2026) หรือไม่
ความกังวลยิ่งทวีขึ้นเมื่อสนาม "Estadio Akron" ในเมืองกัวดาลาฮารา ถูกกำหนดให้จัดการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัดสำคัญ ประกอบด้วย
⛔ เกาหลีใต้ พบกับ ทีมผู้ชนะจากรอบเพลย์ออฟโซนยุโรป (12 มิถุนายน 2026)
⛔ เม็กซิโก (เจ้าภาพ) พบกับ เกาหลีใต้ (18 มิถุนายน 2026)
⛔โคลอมเบีย พบกับ ทีมผู้ชนะจากรอบเพลย์ออฟระหว่างทวีป (23 มิถุนายน 2026)
⛔ อุรุกวัย พบกับ สเปน (26 มิถุนายน 2026)
และเป็นไปได้ที่ สเปน, อุรุกวัย, โคลอมเบีย และเกาหลีใต้ ต้องใช้เมืองนี้เป็นสถานที่เก็บตัวฝึกซ้อม "ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่สงบ"
🔵 [สุสานลับและรอยเลือดใต้ร่มเงาสนามกีฬา]
ภาพข่าวสะเทือนขวัญที่ยังติดตาก็คือ การค้นพบซากศพมนุษย์หลายร้อยศพในรัศมี 10 ไมล์จากสนามกีฬาแห่งนี้เมื่อปีที่แล้ว โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อคนงานก่อสร้างที่กำลังสร้างโครงการที่อยู่อาศัย พบถุงพลาสติกที่บรรจุซากศพมนุษย์ ต่อมาในเดือนมีนาคม กลุ่มนักกิจกรรมพลเรือนขุดพบหลุมฝังศพลับของแก๊ง CJNG
ยังมีคลิปวิดีโอชวนหลอนที่แสดงให้เห็นรองเท้าอย่างน้อย 400 คู่ กระจายอยู่เกลื่อนห้อง นอกเหนือจากเสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง และกระเป๋าเป้สะพายหลัง ที่น่าจะเป็นของเหยื่อที่ถูกลักพาตัวและสังหารในค่ายมรณะที่รู้จักกันในชื่อ "ไร่อิซากีร์เร" (Izaguirre Ranch) และการค้นพบหลุมฝังศพหมู่ขนาดใหญ่อีกหลายแห่งทั่วรัฐฮาลิสโก
การค้นพบของใช้และหลุมฝังศพเหล่านี้ ยิ่งเพิ่มจำนวนคดีที่คล้ายคลึงกันอีกหลายสิบคดีในรัฐฮาลิสโก ซึ่งเป็นรัฐที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากวิกฤตคนหายในเม็กซิโกที่มีมากกว่า 127,000 รายทั่วประเทศ การหายตัวส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับความรุนแรงของแก๊งค้ายาเสพติดที่เขย่าเม็กซิโกมานานหลายทศวรรษ ซึ่งหนึ่งในหลุมฝังศพหมู่ที่ใหญ่ที่สุดถูกค้นพบในปี 2017 โดยพบกะโหลกศีรษะมากกว่า 250 ชิ้นในสถานที่ที่เรียกว่า "สุสานหมู่" (mass burial ground) ของแก๊งค้ายาเสพติดชานเมืองเวราครูซ
🔵 [เสียงสะท้อนคนพื้นที่ "นี่ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย"]
แม้แต่ชาวเม็กซิกันที่ถือว่าเป็นเจ้าถิ่นในย่านนั้น ก็ยังออกปากว่าเม็กซิโกยังไม่ควรที่จะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในตอนนี้ โดย ฮูโก อเลฮานโดร เปเรซ เจ้าของร้านอาหารที่อยู่ใกล้สนามฟุตบอล บอกว่า "ผมไม่คิดว่าพวกเขาควรจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่นี่ เรามีปัญหามากมาย และพวกเขายังต้องการลงทุนในฟุตบอลโลกอีกเหรอ ด้วยความรุนแรงทั้งหมดนี้ มันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลย"
🔵 [บทสรุป: มหกรรมกีฬาบนดินแดนมิคสัญญี]
ฟุตบอลโลกควรเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองและเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ แต่การเป็นเจ้าภาพของเม็กซิโกในครั้งนี้กลับถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึงความพร้อมและความปลอดภัย ท่ามกลางร่มเงาของเครือข่ายยาเสพติดที่ฝังรากลึก รัฐบาลเม็กซิโกกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งประวัติศาสตร์ ที่จะต้องพิสูจน์ให้ทั่วโลกเห็นว่า พวกเขาสามารถปกป้อง "เกมกีฬาที่สวยงาม" จาก "ความโหดร้ายบนท้องถนน" ได้จริง หรือนี่จะเป็นเพียงการนำแฟนบอลนับแสนเข้าไปเสี่ยงภัยในดินแดนที่ยังคงไร้ซึ่งความสงบสุขอย่างแท้จริง
