svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

WORLD : "บรู้คลิน" เตรียมออกหนังสือแฉ "เบ็คแฮม" ตามรอยเจ้าชายแฮร์รี่

25 ม.ค. 2569

การโพสต์ IG ยาว 6 หน้าของบรู้คลิน เบ็คแฮม ไม่ใช่แค่การร้องขอความเห็นใจครั้งสุดท้าย เพื่อตัดสายสัมพันธ์ครอบครัว แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของการออกหนังสือแฉครอบครัว ที่เชื่อว่าจะทำรายได้เป็นกอบเป็นกำต่างหาก

บรู๊คลิน เบ็คแฮม ไม่ได้ทำลายครอบครัวที่มีชื่อเสียงของเขาแบบเปล่าๆ ทุกเรื่องราวมันมีราคา เขาแค่ต้องการสร้างตัวตนและสถานะทางการเงินของตัวเอง ในแบบที่เขาเลือก

ลูกชายคนโตวัย 26 ปี เลือกโพสต์ข้อความบน "Instagram" ยาวเหยียด 6 หน้า ในวัน "Blue Monday" หรือวันจันทร์ที่ 3 ของเดือนมกราคม ที่ถูกนิยามว่าเป็น "วันที่น่าหดหู่ที่สุดของปี" และเต็มไปด้วยข้อกล่าวหาว่า ถูก "เดวิดกับวิคตอเรีย" พ่อแม่ผู้สร้างแบรนด์ "Beckham" ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "Family Brand" ที่ทรงพลัง ควบคุมชีวิตของเขาและยังพยายามทำลายความสัมพันธ์ของเขากับภรรยา "นิโคลา เพลต์ซ" ซึ่งหลายคนตีความว่า นี่คือจุดจบ จุดที่ไม่มีทางหวนกลับ จุดบอกลา แต่ผู้สันทัดกรณี กลับชี้ว่า ถ้าตีความแบบนั้น ถือว่าพลาดประเด็นไปอย่างสิ้นเชิง

แหล่งข่าวใกล้ชิดฝั่งบรู้คลิน เปิดเผยว่า "นี่ไม่ใช่การร้องขอความเห็นใจครั้งสุดท้าย ถ้าคิดว่ามันคือจุดจบ ที่จริงมันคือจุดเริ่มต้นต่างหาก" เพราะหลักฉาก คือการเจรจาที่กำลังดำเนินไปอย่างเงียบๆ มานานหลายปี และกำลังพลิกผันไปในรูปแบบที่แตกต่างออกไป นั่นคือ ข้อตกลงในการเขียนหนังสือเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมด และกำลังอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการอย่างจริงจัง

"บรู๊คลินมีตัวแทนด้านวรรณกรรมมาหลายปีแล้ว ซึ่งเป็นคนที่คุ้นเคยกับการปฏิเสธข้อเสนอจากสำนักพิมพ์ ที่ต้องการใช้ชื่อเบ็คแฮมเพื่อหารายได้ มีการพูดคุยกันหลายครั้งเกี่ยวกับหนังสือทำอาหาร โครงการถ่ายภาพ และหนังสือไลฟ์สไตล์ที่ดูหรูหรา และที่สำคัญกว่านั้น คือ ข้อเสนอแนะว่า เขาควรเล่าเรื่องราวของตัวเอง"

แหล่งข่าวบอกว่า เขาพูดเสมอว่าเขาไม่สนใจ อาจจะสักวันหนึ่ง อาจจะในอนาคต แต่ไม่ใช่ตอนนี้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป คือความแตกแยกในครอบครัวที่รุนแรงขึ้น และความรู้สึกที่เพิ่มขึ้นว่า มีคนอื่นกำลังกำหนดเรื่องราวของเขา ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้น และการคาดเดาต่างๆ ก็รุนแรงยิ่งขึ้น บรู๊คลินได้กลับมาพิจารณาข้อเสนอนี้อย่างเงียบๆ หลังจากพูดคุยกับนิโคลาและครอบครัวของเธออย่างถี่ถ้วน

"นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพิจารณาอย่างจริงจัง ในการเล่าเรื่องราวของเขาเพื่อเคลียร์ความเข้าใจผิด" "เขาเบื่อที่คนอื่นมาเขียนเรื่องราวของเขา" ที่สำคัญคือ "ครอบครัวเบ็คแฮมรู้ดีว่า กำลังจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขารู้ว่าต้องระมัดระวัง ถ้ากดดันหรือปฏิเสธต่อสาธารณะหรือโต้กลับ มันจะยิ่งกระตุ้นให้บรู้คลินมีแนวโน้มที่จะทำเกินกว่าเหตุ พวกเขาเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่นมาแล้ว"

ต้นแบบก็ไม่ใช่ใครที่ไหน "เจ้าชายแฮร์รี" ดยุกแห่งซัสเซ็กซ์ ที่ออกหนังสือบันทึกความทรงจำ "Spare" โดยดีลกับสำนักพิมพ์ "Penguin Random House" ที่ไม่เพียงแต่ทำให้ราชวงศ์แตกแยกเท่านั้น แต่ยังเป็นการ "เขียนกฎใหม่" ของการตีพิมพ์หนังสือของคนดังอีกด้วย เพราะขายได้มากกว่า 467,000 เล่ม ในสัปดาห์แรกที่วางจำหน่ายในสหราชอาณาจักร และกลายเป็นหนังสือแนวสารคดี ที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์

เจ้าชายได้รับเงินค่าลิขสิทธิ์ระหว่าง 35 ถึง 40 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดขายทั่วโลกทำลายสถิติ พิสูจน์ให้เห็นว่า "เรื่องราวความแตกแยกภายในของครอบครัวทรงอิทธิพล" เป็นที่ต้องการอย่างมาก

แหล่งข่าวบอกว่า "บรู้คลินก็ทำการบ้านนั่นแหละ เขารู้ว่าหนังสือของเจ้าชายแฮร์รี่ทำได้ดีแค่ไหน สำนักพิมพ์เดียวกัน แนวคิดเดียวกันในการเล่าเรื่องราวของตัวเอง นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีรายงานในหน้าสื่อเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมากขึ้นระหว่างบรู๊คลินกับนิโคลาและเจ้าชายแฮร์รี่กับเมแกน พวกเขาไปร่วมงานสังคมต่างๆ รวมถึงงานเลี้ยงอาหารค่ำร่วมกันที่บ้านของซัสเซ็กส์ในมอนเตซิโตด้วย

บรู๊คลินกับนิโคลายังว่าจ้างทนายความ ที่เคยทำงานร่วมกับที่ปรึกษาของซัสเซ็กส์ ทั้งยัง "รู้คุณค่าของอำนาจต่อรอง" ด้วย บรู้คลินมีความสัมพันธ์กับสำนักพิมพ์ Penguin Random House มาก่อน จากการออกโฟโต้บุ๊คเล่มแรกชื่อ "What I See" ในปี 2017 แม้ว่าจะขายดี แต่ก็ถูกเย้นหยันอย่างกว้างขวาง และคนวงในบอกว่า บรู๊คลินไม่พอใจกับวิธีการเปิดตัวหนังสือเล่มนั้น

แหล่งข่าวระบุว่า บรู้คลินคิดว่า ตอนนี้ตัวเองโตพอแล้ว และได้เรียนรู้แล้ว เขาคิดว่าการรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับสำนักพิมพ์ Penguin Random House และเมื่อการเจรจาเสร็จสิ้น เขาอาจได้รับอิสรภาพทางการเงินอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ได้ควบคุมทั้งแบรนด์และเรื่องราวของตัวเอง ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการเป็นลูกชายที่ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของพ่อแม่ที่มีชื่อเสียง

แหล่งข่าวยังเชื่อด้วยว่า "ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่จะเป็นหนังสือขายดี การเปิดเผยเบื้องหลังแบรนด์เบ็คแฮมเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากอ่าน"