svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Business

พาณิชย์ปลื้มส่งออกมันสำปะหลังทะลุเป้า 8.25 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 26%

25 ม.ค. 2569

ส่งออกมันสำปะหลังปี 68 ขยายตัวเกินคาด ส่งออกรวม 8.25 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 26% แรงหนุนจากตลาดมันเส้น – มันเม็ด พุ่งสูงขึ้นกว่า 95%

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมกราคม – ธันวาคม 2568 สถานการณ์การส่งออกสินค้ามันสำปะหลังไทยปรับตัวดีขึ้นมาก สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่เน้นการดำเนินกิจกรรมเชิงรุกในการขยายตลาดไปยังประเทศและภูมิภาคใหม่ที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการรักษาตลาดหลักอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อพิจารณาตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นนั้น จะเห็นได้ว่ามีการส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ดเพิ่มสูงขึ้นถึง 4.09 ล้านตัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 95% จากปี 2567 ที่มีการส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ดเพียง 2.09 ล้านตัน ส่งผลเชิงบวกต่อภาพรวมการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังของไทยอย่างมีนัยสำคัญ 

อารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินกิจกรรมขยายตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2568 ทั้งในรูปแบบการจัดคณะผู้แทนการค้าเชิงรุก (Outgoing mission) และการต้อนรับผู้แทนจากต่างประเทศ (Incoming mission) เช่น การจัดคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนไทยเดินทางไปขยายตลาดการค้ามันสำปะหลัง ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศได้จัดงานประชุมสัมมนามันสำปะหลังโลก ปี 2568 (World Tapioca Conference 2025 : WTC 2025) ซึ่งนับเป็นเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่สำคัญ โดยเป็นการรวมตัวระหว่างผู้ซื้อและผู้ใช้มันสำปะหลังจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลกเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและเชื่อมโยงเครือข่ายทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม 

พาณิชย์ปลื้มส่งออกมันสำปะหลังทะลุเป้า 8.25 ล้านตัน  เพิ่มขึ้น 26%
 

โดยภายใต้กิจกรรมขยายตลาดส่งออกทั้ง 2 รูปแบบข้างต้น ได้จัดให้มีการลงนามสัญญาการซื้อขาย (Purchasing Order) และบันทึกความเข้าใจ (MOU) ทำให้สามารถสร้างความต้องการ (Demand) ล่วงหน้าได้ให้กับสินค้ามันสำปะหลังของไทยได้มากถึง 2.46 ล้านตัน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นตลาดเดิมควบคู่กับการเปิดตลาดใหม่ ส่งผลให้การส่งออกสินค้ามันสำปะหลังของไทยขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการผลักดันการส่งออกมันเส้นและมันอัดเม็ดไปยังตลาดอาหารสัตว์ของจีนและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นตลาดหลักและตลาดใหม่ที่มีศักยภาพที่มีขนาดใหญ่สามารถรองรับมันสำปะหลังจากไทยได้อีกจำนวนมากในอนาคต 

นอกเหนือจากความสำเร็จในการผลักดันตลาดส่งออกมันสำปะหลังไทยดังกล่าว ในปี 2568 กรมฯ ยังได้ดำเนินภารกิจในด้านการกำกับดูแลการนำเข้ามันสำปะหลังควบคู่ไปด้วยกันอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้ามันสำปะหลังที่ไม่มีคุณภาพเข้ามาสร้างผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเกษตรกรไทย และรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลังในประเทศ ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ตลอดทั้งปีมีการนำเข้าหัวมันสำปะหลังสดลดลงถึง 70%

พาณิชย์ปลื้มส่งออกมันสำปะหลังทะลุเป้า 8.25 ล้านตัน  เพิ่มขึ้น 26%

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าปริมาณการนำเข้าหัวมันสำปะหลังสดจะลดลง แต่ระดับราคาสินค้ามันสำปะหลังโดยรวมยังปรับตัวสูงขึ้นไม่มากนัก สาเหตุมาจากหลากหลายปัจจัย อาทิ ราคาข้าวโพดในตลาดโลก ปริมาณการใช้ในประเทศ อัตราแลกเปลี่ยน ตลอดจนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังในปี 2568 ปรับตัวลดลงประมาณ 8.20% จาก 3,146.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2567 เป็น 2,888.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2568 

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวปิดท้ายว่า แม้ว่าสินค้ามันสำปะหลังไทยจะเผชิญกับความไม่แน่นอนและปัจจัยท้าทายที่หลากหลายก็ตาม ในปี 2569 กรมการค้าต่างประเทศก็จะยังคงเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนการขยายตลาดส่งออกสินค้ามันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งแสวงหาตลาดใหม่ในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เพื่อขยายฐานการส่งออกและสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยในระยะยาวต่อไป