svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : เช็คเปล่าใบประวัติศาสตร์? สภาคองเกรสคว่ำมติสกัด ‘ทรัมป์’ ปล่อยทำเนียบขาวลุยสงครามอิหร่านเต็มสูบ

06 มี.ค. 2569

วิกฤตตะวันออกกลางดูเหมือนจะไม่มีเบรกเกอร์คอยสับสวิตช์เพื่อหยุดยั้งอีกต่อไป เมื่อสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (สภาล่าง) ลงมติปัดตกญัตติสำคัญที่มุ่งจำกัดอำนาจประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในการทำสงครามกับอิหร่าน

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้ทางกลไกของพรรคเดโมแครต แต่เปรียบเสมือนการตีเช็คเปล่าที่ส่งสัญญาณ "ไฟเขียวกลายๆ" ให้ทำเนียบขาวสามารถเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารได้อย่างอิสระ

คำถามสำคัญที่ตามมาทันทีคือ... ทำไมกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลของรัฐสภาสหรัฐฯ ถึงทำงานล้มเหลวในนาทีวิกฤตเช่นนี้?

 

🔵 [สภาล่างไฟเขียวกลายๆ เมื่อ ‘ความภักดีต่อพรรค’ ชนะ ‘การตรวจสอบ’]


คำตอบของคำถามข้างต้น สะท้อนชัดเจนผ่านผลการโหวตในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งจบลงด้วยคะแนนเสียงคัดค้าน 219 ต่อ 212 เสียง ทำให้ญัตติที่อ้างอิงตามกฎหมายอำนาจการทำสงครามปี 1973 (War Powers Act) ต้องตกไปอย่างน่าเสียดาย

ความเคลื่อนไหวที่นำโดย สส. โทมัส แมสซี และ สส. โร คันนา เพื่อดึงอำนาจการตัดสินใจกลับมาที่สภาคองเกรส ต้องพ่ายแพ้ให้กับความเหนียวแน่นของพรรครีพับลิกัน ที่เลือกจะแสดงความจงรักภักดีต่อทำเนียบขาว มากกว่าการใช้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อเบรกความสุ่มเสี่ยงของสงคราม

แต่ในความพ่ายแพ้ที่ดูเหมือนจะเป็นเอกฉันท์ของฝั่งรัฐบาลนี้... มีรอยร้าวอะไรซ่อนอยู่ในทั้งสองพรรคใหญ่หรือไม่?

🔵 [สส.เดโมแครตเสียงแตก-รีพับลิกันแหกคอก]


แม้ภาพรวมจะดูเหมือนการโหวตตามมติพรรค แต่ลึกลงไปกลับมีความแตกแยกที่น่าสนใจ ฝั่งรีพับลิกันมี สส. อย่าง โทมัส แมสซี และ วอร์เรน เดวิดสัน ที่ยอม "แหกคอก" โหวตสวนมติพรรคตัวเอง เพื่อทวงถามถึงสัญญารณรงค์หาเสียงของทรัมป์ที่เคยลั่นวาจาว่า "จะไม่มีสงครามในต่างแดนอีกต่อไป"

ในขณะเดียวกัน ฝั่งเดโมแครตภายใต้การนำของ ฮาคีม เจฟฟรีย์ส ก็เผชิญกับภาวะคุมเสียงไม่อยู่ แม้เจฟฟรีย์สจะพยายามล็อบบี้ลูกพรรคอย่างหนัก แต่ท้ายที่สุด กลุ่ม สส. เดโมแครตสายสนับสนุนอิสราเอลจำนวนหนึ่งกลับเลือกที่จะโหวตคว่ำมตินี้ ทิ้งจุดยืนของพรรคเพื่อสนับสนุนการใช้กำลังทหารร่วมกับพันธมิตรในตะวันออกกลาง

เมื่อสภาคองเกรสถูกตีกรอบให้กลายเป็นเพียงผู้ชม และนักการเมืองต่างโหวตตามผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม... แล้วข้ออ้างในการทำสงครามครั้งนี้ที่รัฐบาลชี้แจงต่อสภาคืออะไรกันแน่?

 

STORY : เช็คเปล่าใบประวัติศาสตร์? สภาคองเกรสคว่ำมติสกัด ‘ทรัมป์’ ปล่อยทำเนียบขาวลุยสงครามอิหร่านเต็มสูบ

🔵 [สงครามไร้กรอบเวลา กับคำชี้แจงที่สภา (ยัง) เข้าไม่ถึง]


สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในวิกฤตครั้งนี้ คือความคลุมเครือ พรรคเดโมแครตแสดงความโกรธเกรี้ยวอย่างชัดเจนต่อการทวีความรุนแรงที่พวกเขาเชื่อว่า ทรัมป์ดำเนินการอย่างผิดกฎหมายโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ทำเนียบขาวจะมีการบรรยายสรุปแบบปิดลับ (Private Briefing) ให้กับสมาชิกรัฐสภาถึงรายละเอียดของปฏิบัติการ แต่แหล่งข่าวระบุว่า ฝ่ายบริหารยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ว่า "สงครามนี้จะกินระยะเวลายาวนานแค่ไหน" และเสนอเป้าหมายที่กว้างจนประเมินความสำเร็จได้ยาก การส่งทหารอเมริกันไปเสี่ยงภัยโดยปราศจากเป้าหมายและกรอบเวลาที่ชัดเจน จึงถือเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงระยะยาวที่รัฐสภากำลังปล่อยปละละเลย

ท้ายที่สุดแล้ว... ผลลัพธ์ของการปล่อยให้ฝ่ายบริหารเดินหน้าสงครามโดยไร้เบรกทางการเมือง จะนำพาสหรัฐฯ และโลกใบนี้ไปสู่จุดไหน?

🔵 [เช็คเปล่าประวัติศาสตร์ หรือ ใบเสร็จราคาแพงของอเมริกา?]


ความพ่ายแพ้ในสภาล่างครั้งนี้ เกิดขึ้นคล้อยหลังเพียงหนึ่งวันจากการที่วุฒิสภาสหรัฐฯ ปัดตกญัตติในลักษณะเดียวกัน การที่ทั้งสองสภาไม่สามารถใช้อำนาจนิติบัญญัติยับยั้งฝ่ายบริหารได้เลย เป็นเครื่องยืนยันในเชิงสัญลักษณ์ว่า สหรัฐอเมริกากำลังก้าวเข้าสู่ความขัดแย้งอย่างเต็มตัวโดยปราศจากการตรวจสอบ

ในขณะที่ปฏิบัติการรหัส "Epic Fury" กำลังเดินหน้า ข้อมูลความสูญเสียเริ่มปรากฏชัด ทั้งทหารอเมริกันที่เสียชีวิต และยอดผู้เสียชีวิตฝั่งอิหร่านที่ทะลุหลักพัน งบประมาณด้านการสงครามถูกใช้เพิ่มขี้น การลงคะแนนเสียงที่ผ่านพ้นไป จึงไม่ใช่แค่การเล่นเกมการเมืองในสภา แต่คือการตีเช็คเปล่าที่อาจกลายเป็น "ใบเสร็จราคาแพงที่สุด" ที่ชาวอเมริกันและเศรษฐกิจโลกต้องเป็นผู้ตามจ่ายในอนาคตอันใกล้

เมื่อกลไกของรัฐสภาไม่สามารถหยุดยั้งสงครามได้... คุณคิดว่าความกดดันจาก "ภาคประชาชน" หรือ "วิกฤตเศรษฐกิจ" จะกลายเป็นตัวแปรเดียวที่บีบให้ทำเนียบขาวต้องยอมถอยในท้ายที่สุดหรือไม่?

 

💡 เกร็ดความรู้ทางการเมือง: กฎหมายอำนาจการทำสงคราม 1973 (War Powers Act)