svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

"13 องค์กรสตรี" บุก "เพื่อไทย" จี้ แก้กม.คุ้มครองการกระทำรุนแรงในครอบครัว

06 มี.ค. 2569

"13 องค์กรสตรี" ยื่นหนังสือถึง"พรรคเพื่อไทย"  ขอให้สนับสนุนร่างแก้ไข "พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว" ฉบับภาคประชาชน มุ่งปกป้องคุ้มครองผู้ถูกกระทำ  ลดปัญหาการทำผิดซ้ำ ผู้กระทำต้องรับผิดทางอาญา ด้านยศชนัน รับปากเครือข่ายพร้อมสนับสนุนและผลักดันเต็มที่  

6 มีนาคม 2569 เวลา 14.45 น. ที่สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทย ถนนวิภาวดีรังสิต เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล เครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงทางเพศ จำนวน 13 องค์กร ตัวแทนโดย คุณอังคณา อินทสา ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เข้ายื่นร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. .... (ฉบับภาคประชาชน) ต่อพรรคเพื่อไทย เพื่อขอให้พรรคให้การสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว  ในการมุ่งอุดช่องว่างของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวให้คุ้มครองผู้ถูกกระทำและลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวให้ได้จริง โดยมีนายจุลพันธ์  อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทยร่วมรับหนังสือ

นายยศชนัน กล่าวว่าก่อนที่เราจะผลักดันกฎหมายต่างๆเข้าสภา ตอนนี้ก็มีการเตรียมความพร้อมแล้วหลายฉบับ และนี่คือหนึ่งในฉบับที่มีความจำเป็นที่จะต้องดูแลและผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และในวันนี้ทุกคนให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิสตรี แก้ไขความรุนแรงในครอบครัว นอกจากนี้ยังมีความเท่าเทียมในหลากหลายมิติที่จะทำในโอกาสต่อ ๆ ไป  จะได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ก็ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยทำงานเต็มที่ และเราเข้าหาพี่น้องประชาชนตามบทบาทหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย เราทำเต็มที่ และแน่นอนว่าในบางสิ่งบางอย่างที่เราอาจจะยังไม่ได้มีอำนาจตรงนี้อย่างเต็มที่ เราก็ยินดีและพร้อมที่จะเป็นกลไกผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จโดยเร็ว

คุณอังคณา อินทสา ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า “สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวของประเทศไทยยังคงเป็นปัญหาที่มีความร้ายแรง เห็นได้จากสถิติข่าวความรุนแรงในครอบครัวที่เสนอผ่านสื่อในปี 2567 ซึ่งทางมูลนิธิฯ รวบรวมไว้มีมากถึง 1,529 ข่าว เพิ่มจากปี 2566 ประมาณ 40.8% โดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้น 448 ข่าว คิดเป็น 29.3% และ ยาเสพติด 412 ข่าว คิดเป็น 26.9% แบ่งเป็น (1) ข่าวทำร้ายกัน 638 ข่าว คิดเป็น 41.7% (2) ข่าวฆ่ากันในครอบครัว 562 ข่าว คิดเป็น 36.8% ซึ่งเพิ่มขึ้นจำนวน 174 ข่าว เมื่อเทียบกับปี 2566 ซึ่งสูงขึ้นถึง 44.8% (3) ฆ่าตัวตาย 235 ข่าว คิดเป็น 15.4% (4) ความรุนแรงทางเพศของคนในครอบครัว 75 ข่าว คิดเป็น 4.9% และ (5) ความรุนแรงในครอบครัวอื่นๆ 19 ข่าว คิดเป็น 1.2% เช่น ข่มขู่ เผาบ้าน ทำลายทรัพย์สิน และจากข้อมูลพบว่า ผู้เสียชีวิตจากข่าวความรุนแรงในครอบครัว มีจำนวน 797 ข่าว หรือ โดยเฉลี่ยเสียชีวิต 2 คนต่อวัน

"13 องค์กรสตรี" บุก "เพื่อไทย" จี้ แก้กม.คุ้มครองการกระทำรุนแรงในครอบครัว

“ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะข่าวการฆ่ากันตายที่เป็นการฆ่ากันในคู่สามี-ภรรยามากที่สุด ถือเป็นสถานการณ์ความรุนแรงและการสูญเสียที่น่ากังวล เพราะส่งผลกระทบต่อมิติปัญหาอื่นๆด้วย เช่น เด็กในครอบครัวซึมซับพฤติกรรมความรุนแรง ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ การขาดทรัพยากรมนุษย์ในด้านการพัฒนาตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน สังคม และการสูญเสียงบประมาณในการเยียวยามากขึ้น ดังนั้น การมีกฎหมายที่มุ่งเน้นการคุ้มครองผู้ถูกกระทำ และมีกลไกที่จะหยุดยั้งผู้กระทำความรุนแรง มีส่วนสำคัญที่จะนำไปสู่การลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวได้” คุณอังคณา กล่าว

คุณเนืองนิช  ชิดนอก ผู้ใช้กลไกกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้กระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 กล่าวว่า “กฎหมายภาคประชาชนมีเจตนารมณ์ชัดเจนในการคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ซึ่งมีสาระสำคัญเน้นความปลอดภัยของผู้ถูกกระทำเป็นอันดับแรก เคารพความต้องการและการตัดสินใจของผู้ถูกกระทำ อีกทั้งต้องดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัวอย่างจริงจัง และเพิ่มกลไกลการให้บริการแก่ผู้ถูกกระทำอย่างรอบด้าน ซึ่งข้อดีของกฎหมายภาคประชาชน มีดังนี้

"13 องค์กรสตรี" บุก "เพื่อไทย" จี้ แก้กม.คุ้มครองการกระทำรุนแรงในครอบครัว

(1) ผู้ถูกกระทำมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำอย่างทันท่วงที มีกลไกคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้ถูกกระทำอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการทางกฎหมาย

(2) เสียงและความต้องการของผู้ถูกกระทำถูกรับฟังมากขึ้น ในการยอมความต้องเกิดจากความประสงค์ของผู้ถูกกระทำ ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ต้องกำหนดเงื่อนไขการยอมความให้รัดกุมและต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถูกกระทำ การขยายอายุความคดีความรุนแรงในครอบครัวที่เป็นความผิดอาญาให้สอดคล้องกับกฎหมายอาญาและให้เริ่มนับอายุความเมื่อผู้ถูกกระทำพร้อมที่จะดำเนินคดี

(3) ผู้ถูกกระทำได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องประสานหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำอย่างรอบด้าน การเพิ่มกลไกผู้จัดการรายกรณีและคณะทำงานสหวิชาชีพเพื่อให้บริการที่รอบด้านและต่อเนื่องแก่ผู้ถูกกระทำ

(4) ผู้กระทำความรุนแรงต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ลดการรกระทำผิดซ้ำ ความรุนแรงในครอบครัวใดที่เป็นความผิดอาญา ให้ลงโทษตามกฎหมายอาญา ยกเลิกการใช้วิธีการอื่นเทนการลงโทษ เช่น ให้ผู้กระทำผิดเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูหรือให้ทำงานบริการสาธารณะ ซึ่งเปิดช่องให้ผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัวไม่ต้องรับโทษอาญา และควรเพิ่มโทษหากกระทำผิดซ้ำ รวมถึงมีมาตรการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้กระทำความรุนแรงควบคู่กับการลงโทษอาญา

“วันนี้ทางเครือข่ายฯ ได้นำร่างกฎหมายมายื่นต่อพรรคเพื่อไทยและคาดหวังว่าพรรคเพื่อไทยจะให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. .... (ฉบับภาคประชาชน) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอเข้าสู่สภา  และขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและทุกพรรคการเมืองโปรดให้ความสำคัญในเรื่องนี้” คุณเนืองนิช กล่าว