“ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะข่าวการฆ่ากันตายที่เป็นการฆ่ากันในคู่สามี-ภรรยามากที่สุด ถือเป็นสถานการณ์ความรุนแรงและการสูญเสียที่น่ากังวล เพราะส่งผลกระทบต่อมิติปัญหาอื่นๆด้วย เช่น เด็กในครอบครัวซึมซับพฤติกรรมความรุนแรง ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ การขาดทรัพยากรมนุษย์ในด้านการพัฒนาตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน สังคม และการสูญเสียงบประมาณในการเยียวยามากขึ้น ดังนั้น การมีกฎหมายที่มุ่งเน้นการคุ้มครองผู้ถูกกระทำ และมีกลไกที่จะหยุดยั้งผู้กระทำความรุนแรง มีส่วนสำคัญที่จะนำไปสู่การลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวได้” คุณอังคณา กล่าว
คุณเนืองนิช ชิดนอก ผู้ใช้กลไกกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้กระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 กล่าวว่า “กฎหมายภาคประชาชนมีเจตนารมณ์ชัดเจนในการคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ซึ่งมีสาระสำคัญเน้นความปลอดภัยของผู้ถูกกระทำเป็นอันดับแรก เคารพความต้องการและการตัดสินใจของผู้ถูกกระทำ อีกทั้งต้องดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัวอย่างจริงจัง และเพิ่มกลไกลการให้บริการแก่ผู้ถูกกระทำอย่างรอบด้าน ซึ่งข้อดีของกฎหมายภาคประชาชน มีดังนี้
(1) ผู้ถูกกระทำมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ต้องลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำอย่างทันท่วงที มีกลไกคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้ถูกกระทำอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการทางกฎหมาย
(2) เสียงและความต้องการของผู้ถูกกระทำถูกรับฟังมากขึ้น ในการยอมความต้องเกิดจากความประสงค์ของผู้ถูกกระทำ ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ต้องกำหนดเงื่อนไขการยอมความให้รัดกุมและต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถูกกระทำ การขยายอายุความคดีความรุนแรงในครอบครัวที่เป็นความผิดอาญาให้สอดคล้องกับกฎหมายอาญาและให้เริ่มนับอายุความเมื่อผู้ถูกกระทำพร้อมที่จะดำเนินคดี
(3) ผู้ถูกกระทำได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องประสานหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทำอย่างรอบด้าน การเพิ่มกลไกผู้จัดการรายกรณีและคณะทำงานสหวิชาชีพเพื่อให้บริการที่รอบด้านและต่อเนื่องแก่ผู้ถูกกระทำ
(4) ผู้กระทำความรุนแรงต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ลดการรกระทำผิดซ้ำ ความรุนแรงในครอบครัวใดที่เป็นความผิดอาญา ให้ลงโทษตามกฎหมายอาญา ยกเลิกการใช้วิธีการอื่นเทนการลงโทษ เช่น ให้ผู้กระทำผิดเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูหรือให้ทำงานบริการสาธารณะ ซึ่งเปิดช่องให้ผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัวไม่ต้องรับโทษอาญา และควรเพิ่มโทษหากกระทำผิดซ้ำ รวมถึงมีมาตรการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้กระทำความรุนแรงควบคู่กับการลงโทษอาญา
“วันนี้ทางเครือข่ายฯ ได้นำร่างกฎหมายมายื่นต่อพรรคเพื่อไทยและคาดหวังว่าพรรคเพื่อไทยจะให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. .... (ฉบับภาคประชาชน) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอเข้าสู่สภา และขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและทุกพรรคการเมืองโปรดให้ความสำคัญในเรื่องนี้” คุณเนืองนิช กล่าว