คารวะอาลัย เจ๊ยุ-ยุวดี ธัญญสิริ นักข่าวประจำทำเนียบตลอดกาล
10 มี.ค. 2560 | te

(10 มี.ค.) นางยุวดี ธัญญสิริ หรือที่รู้จักกันในนาม "เจ๊ยุ" ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 03:30 น. ที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า
ข่าว
10 มี.ค. 2560 | te

(10 มี.ค.) นางยุวดี ธัญญสิริ หรือที่รู้จักกันในนาม "เจ๊ยุ" ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 03:30 น. ที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า
หลังเข้ารักษาตัวในห้องไอซียู โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า มาตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากมีอาการเลือดออกในช่องท้อง ถ่ายเป็นเลือด จนเกิดอาการช็อคหมดสติ เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น
เนชั่นทีวี ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ "เจ๊ยุ" อย่างสุดซึ้ง
เจ๊ยุ-ยุวดี ธัญญสิริ เกิดปี 2489 (อายุ 71 ปี) หลังจบการศึกษา คณะวารสารศาสตร์ สื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ก้าวเข้าสู่อาชีพนักข่าว
ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับ พล.อ.สิริชัย ธัญญสิริ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม โดยมีบุตร 1 คน
เจ๊ยุ ดำรงตำแหน่งผู้สื่อข่าวอาวุโส ประจำทำเนียบรัฐบาล มายาวนานกว่า 40 ปี
เจ๊ยุ เข้าสู่อาชีพนักข่าวตั้งแต่ปี 2511 และเป็นนักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ปี 2512 สมัย จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี จนมาถึง รัฐบาลปัจจุบันที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
ถ้านับจาก รัฐบาลจอมพลถนอม ถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ นับแล้วได้ 20 นายกฯ
นับตั้งแต่ จอมพลถนอม, สัญญา, เสนีย์ , คึกฤทธิ์, ธานินทร์, เกรียงศักดิ์, เปรม, ชาติชาย, อานันท์ 2 สมัย, สุจินดา, ชวน 2 สมัย, บรรหาร, ชวลิต, ทักษิณ, สุรยุทธ, สมัคร, สมชาย, อภิสิทธิ์, ยิ่งลักษณ์, และนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เรียกว่า ผ่านมา 20 นายกฯ
ตลอดอาชีพการเป็นนักข่าวของ เจ๊ยุ ไม่เคยขอเข้าไปนั่งทำงานในออฟฟิศ
ไม่อยากเป็น บรรณาธิการข่าว (บก.ข่าว)
ไม่ขอนั่ง บรรณาธิการบริหาร (บก.บห.)
แต่ เจ๊ยุ ขอทำหน้าที่เป็น "นักข่าวภาคสนาม ประจำทำเนียบรัฐบาล"
และ ยืนหยัด มั่นคง แน่วแน่ เสมอต้นเสมอปลาย ในการเป็น นักข่าวภาคสนาม ประจำทำเนียบรัฐบาล เสมอมา
แม้ช่วงที่ สามีเจ๊ยุ คือ พล.อ.สิริชัย ธัญญสิริ ก้าวขึ้นเป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม ในช่วงปี 2548 ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสูงสุดในราชการทหาร
แต่ "เจ๊ยุ" ก็ยังทำงานเป็น นักข่าวภาคสนาม ประจำทำเนียบรัฐบาล เหมือนเดิม
"เขา (ยุวดี) เป็นคนเข้มแข็ง รักอาชีพนักข่าวมาก ทุ่มเททำงาน ทำข่าวทุกวัน ทำการบ้าน ก่อนไปถามแหล่งข่าวเสมอ ชีวิตส่วนใหญ่มีแต่ข่าว อยู่บ้าน ก็ดูแต่ข่าว" พล.อ.สิริชัย ธัญญสิริ เล่าถึงชีวิตการเป็น "นักข่าว" ของ เจ๊ยุ กับน้องๆ นักข่าวที่เดินทางมาเยี่ยมอาการป่วยของเจ๊ยุ
กว่า 40 ปี เจ๊ยุ ทำหน้าที่เป็นนักข่าวภาคสนาม ประจำทำเนียบรัฐบาล ที่ได้รับการกล่าวขานจากนักข่าวรุ่นน้องรุ่นลูก รุ่นหลานว่า เจ๊ยุ ถือเป็น ตำนาน เป็น encyclopedia
"ฉันไปทำเนียบ ไปทำข่าว ไม่ได้หวังจะได้เงินอะไร ก็ไปหาน้องๆ ไปเป็น encyclopedia เป็นสารานุกรม ไปช่วยถามคำถาม ที่บางทีน้องๆ เด็กใหม่ๆ ไม่กล้าเปิดคำถาม ฉันก็ถามให้"
เจ๊ยุ เคยเล่าให้น้องๆ นักข่าวสายทำเนียบฟังว่า..
"ตั้งแต่ปี 2512 นักข่าวจะไปรวมตัวกันที่กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งทางการจะติดป้ายแจ้งว่า วันนี้จะมีแถลงข่าวที่ไหน? พวกเราก็จะติดรถกรมประชาไปทำข่าวกัน เวลาจะมีประชุม ครม.เราก็ต้องมารอที่หน้าประตูตรงข้ามวัดโสมนัส เวลาเขาจะมีแถลงข่าว ก็จะมาเรียกเข้าไปที่ตึกนารีสโมสร ถ้าไม่มีก็แจกใบแถลงข่าว แล้วแยกย้ายกันกลับ"อย่างไรก็ตาม ได้มีการสร้างรังนกกระจอก (ห้องทำงานของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบ) ในสมัย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรี และรังนกกระจอก ทำเนียบรัฐบาล ก็กลายเป็นบ้านหลังที่ 2 ของเจ๊ยุ รวมถึงของนักข่าวจากหลายสำนักนับแต่นั้นมา
เจ๊ยุ บอกว่า อาชีพสื่อเป็นอาชีพที่ลำบาก พอๆ กับเจ้าหน้าที่ที่ออกสนาม เพราะต้องใช้ความอดทนอย่างสูง ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เมื่อหัวหน้าสั่งให้ไป เราก็ต้องไป บางครั้งก็ต้องไปทั้งต่างจังหวัด หรือ ต่างประเทศ ซึ่งยอมรับว่าเหนื่อย แต่ก็ชอบการทำงานอาชีพนี้ เพราะเป็นงานท้าทาย ตื่นเต้น และเข้าถึงเหตุการณ์ก่อนคนอื่น และนำข้อมูลข้อเท็จจริงมา เล่าให้สังคมฟังว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ และเมื่อนำเรื่องมาขยายผลก็จะทำให้เกิดความภูมิใจ การทำงานข่าวเป็นเรื่องแข่งขัน ที่ต้องเร็ว ต้องถูกต้อง แต่เมื่อทำงานมาถึงขนาดนี้ แทบไม่เชื่อตัวเองเลย มีชีวิตรอดมาได้อย่างไร เพราะมันลำบากจริงๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
ในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ดูเหมือนจะมีการตอบโต้กันระหว่าง นายกฯตู่ กับ เจ๊ยุ อยู่เนืองๆ
เช่นช่วงเดือนกันยายน 2559 กรณีข่าวคดีสังหารโหดนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า นายกฯตู่ แถลงข่าวและตำหนิสื่อไทยไปขยายความตามสื่อนอกที่วิจารณ์การทำงานของตำรวจไทย ทำให้ประเทศชาติเสียหาย
ผู้สื่อข่าว (เจ๊ยุ) ได้ถามว่า สื่อมวลชนก็มีความหวังดีต่อประเทศชาติเหมือนกัน
พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า วิธีการของสื่อพูดให้ดีกว่านี้หน่อย ตนรับไม่ได้ รับไม่ได้ตรงที่ท่านมองดูถูกคนไปหมดแบบนี้ไม่ได้ เขาเป็นตำรวจมา 30 ปี ป้า (นางยุวดี ธัญสิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโส) เคยไปสอบสวนใครเหมือนที่ตำรวจทำหรือไม่ เคยไปเรียนที่สกอตแลนด์ยาร์ด...
และ เจ๊ยุ ได้ตอบกลับทันทีและพยายามอธิบายให้ นายกฯตู่ ฟัง...
จนการแถลงข่าวจบ นายกฯตู่ ถึงกับยกมือไหว้ เจ๊ยุ พร้อมบอกว่า
"พี่..ขอโทษ ไม่ได้เสียงดัง"
และ เจ๊ยุ ก็บอก นายกฯตู่ ว่า... "ขอให้นายกรัฐมนตรี ใจเย็นๆ ให้เกียรตินายกรัฐมนตรีตลอด.."
และ นายกฯตู่ ก็ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า "ขอบคุณมากเลย รู้ว่าให้เกียรติผม ไม่ได้มีอะไร..."
และหลังจากนั้นได้เกิดมาตรการใหม่ที่ทำเนียบรัฐบาล
คือเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ทางทำเนียบรัฐบาล ได้ออกมาตรการรักษาความปลอดภัย นักข่าวที่ไม่มีบัตร ไม่มีต้นสังกัด จะเข้ามาทำเนียบรัฐบาลไม่ได้
ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้ เจ๊ยุ ซึ่งเกษียณอายุงานและทางต้นสังกัดคือ นสพ.บางกอกโพสต์ได้จ้างเป็นฟรีแลนซ์ ไม่สามารถเข้ามาทำข่าวที่ทำเนียบฯได้เหมือนเคย โดยในวันดังกล่าว (1 พ.ย.59) เจ้าหน้าที่ทำเนียบฯ ไม่อนุญาตให้ นางยุวดี ธัญญสิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ภายในทำเนียบ โดยอ้างว่าบัตรหมดอายุและไม่มีต้นสังกัดประจำ หากจะเข้าทำเนียบต้องแลกบัตรเข้าทุกครั้ง นั่นทำให้ เจ๊ยุ ตัดสินเดินทางกลับ ไม่ได้เข้าไปภายในทำเนียบแต่อย่างใดแม้จะไม่ได้เข้าทำเนียบ
เจ๊ยุ ก็บอกว่า "ไม่ได้อำลา ไม่เคยอำลาจากการเป็นนักข่าวเลย"
หลังจากมาตรการคุมเข้มครั้งนั้น เจ๊ยุ ก็ไม่ได้เข้ามาทำเนียบเหมือนเคย โดยมักจะไปอยู่ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ถ.สามเสน)
และ เจ๊ยุ ปรากฏตัวต่อสื่อครั้งล่าสุด เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม 2560 เมื่อคราวที่ องค์กรสื่อฯ นัดรวมตัวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสื่อ ที่เสนอโดยสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ทั้งนี้ เจ๊ยุ เคยบอกว่า ตั้งใจจะทำงานถึงแค่สิ้นปี 2559 เนื่องจากต้องดูแลสุขภาพ!
และล่าสุด (10 มี.ค.) เจ๊ยุ ซึ่งเข้ารับการรักษาและต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และจากพวกเราไป
เหลือไว้แต่ ตำนาน "นักข่าวภาคสนามประจำทำเนียบรัฐบาล" นาม "เจ๊ยุ"
และ "เนชั่นทีวี" ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง มา ณ โอกาสนี้