ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564

เคยร่าเริง ขยันทำงาน สาวเสพยาบ้าจนเพี้ยนจุดไฟเผาบ้าน

36 0
เคยร่าเริง ขยันทำงาน สาวเสพยาบ้าจนเพี้ยนจุดไฟเผาบ้าน

ญาติและเพื่อนบ้าน เผยสาวเสพยาบ้าจนเพี้ยน จุดเผาบ้านวอดทั้งหลัง อดีตเป็นคนร่าเริงขยันทำงาน ชีวิตหักเหหลังมีครอบครัว ผัวดึงเข้าวังวนยาเสพติดจนต้องนำตัวไปรักษาที่รพ.จิตเวช

สืบเนื่องจาก นางสาวอำภา แสนโคตร หรือเขียว อายุ 29 ปี คลั่งยาบ้าจนหลอนจุดไฟเผาบ้านตนเองจนดำเป็นตอตะโก ญาติต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ เพื่อให้แพทย์ดำเนินการรักษา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 ณ บ้านเลขที่ 34 หมู่ 10 บ้านท่าศาลา ต.นาขมิ้น อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุด วันที่ 17 พฤษภาคม นายณัฐพล แสนโคตร อายุ 39 ปี มีศักดิ์เป็นน้าชายได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในช่วงสายๆจะพาญาติพี่น้องเดินทางไปเยี่ยมหลานสาว และเซ็นหนังสือยินยอมให้แพทย์รักษา รู้สึกเป็นห่วงเขาเช่นกัน ทราบในเบื้องต้นว่าหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปส่งให้โรงพยาบาลจิตเวชฯ แพทย์ก็รักษาตามขั้นตอนของผู้ป่วยจิตเวช ให้ยาทานแล้วนอนพักผ่อนให้มากที่สุด


"ผมเพิ่งย้ายมาอยู่ที่บ้านได้ประมาณ 3 ปี เริ่มเห็นผิดสังเกตเพราะเขามักจะเก็บตัวเงียบ ไม่ออกมาสุงสิงกับใคร ไม่สนใจข้าวปลาแม้กระทั่งการดูแลรักษาสุขภาพ และบ่นคนเดียวอยู่ในบ้าน เริ่มมีนิสัยก้าวร้าวทำลายข้าวของ จึงนำตัวไปรักษาที่ รพ.จิตเวชฯ แต่ก็หลบหนีกลับมา ตอนหลังต้องไปรับยาจิตเวชฯที่ รพ.โพนสวรรค์ เขาก็ไม่ค่อยสนใจยาที่แพทย์ให้มา เสียดายอนาคตเพราะเมื่อก่อนเขาเป็นคนร่าเริง ขยันทำมาหากิน ใครจ้างทำอะไรรับหมดจนเป็นที่รักใคร่ของคนในหมู่บ้าน มาเสียคนตอนที่ได้สามีพาเข้ายุ่งเกี่ยวยาเสพติดจึงกลายเป็นคนละคนตั้งแต่นั้นมา" นายณัฐพล กล่าว

ด้าน นางทองมา แสนโคตร อายุ 78 ปี มีศักดิ์เป็นยายของ น.ส.เขียว กล่าวว่าเมื่อก่อนหลานสาวขยันทำงานมาก ใครว่าจ้างอะไรไม่เคยเกี่ยงงอน ส่วนเรื่องไปเสพยาบ้านั้นตนไม่ค่อยทราบเรื่องราว แต่เขามักจะมากินข้าวที่บ้านและขอเงินใช้เป็นบางครั้ง รู้สึกสงสารหลานที่ต้องมาเจอกับชะตากรรมเช่นนี้

นายสุขา แก้วนามชัย อายุ 64 ปี และ นางสมร แก้วนามชัย อายุ 64 ปี สองสามีภรรยาที่มีบ้านอยู่ตรงข้ามกับบ้านของ น.ส.เขียว เล่าเหตุการณ์ระทึกในวันเกิดเหตุว่า ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายนึกว่าคนทะเลาะกัน พอลุกออกมาดูเห็นไฟคุโชนแดงจ้าตอนนั้นตกใจจนทำอะไรไม่รู้ ไม่ได้หยิบคว้าสิ่งของใด ๆ หากมีลมพัดบ้านตนต้องถูกเปลวไฟไหมไปอีกแน่นอน

นายสุขาเล่าต่อว่าอดีต น.ส.เขียวเป็นคนนิสัยดีมาก มีสัมมาคารวะพูดจ๊ะจ้าทุกคำ เพิ่งมาเสียคนตอนมีครอบครัว เสพยาบ้าจนสติหลอน บางครั้งก็ถือมีดกวาดแกว่งไปมา จึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะกลัวจะถูกทำร้าย ก่อนที่จะจุดไฟเผาบ้านตนไปหว่านแหในห้วย เห็นผู้หญิงคนหนึ่งดำผุดดำว่ายอยู่กลางหนองในมือก็ถือมีด พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆเป็น น.ส.เขียวแก้ผ้าล่อนจ้อนอาบน้ำ ตนจึงรีบกลับบ้านเพราะกลัวถูกทำร้าย กระทั่งมาจุดไฟเผาบ้านตนเองดังกล่าว

เรื่องโดย พงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล | ภาพโดย พงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend