ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564

"ทนายเกิดผล" แจงข้อ กม. ชี้ "แบงค์เป็ด" ไม่ผิด แค่ทำประชดรัฐบาล

2.80K 79
ทนายเกิดผล แจงข้อ กม. ชี้ แบงค์เป็ด ไม่ผิด แค่ทำประชดรัฐบาล

"ทนายเกิดผล" ชี้การออก "แบงค์เป็ดเหลือง" ของกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ถือเป็นความผิดการปลอมเงินตรา เพราะไม่ได้มีเจตนาให้ผู้อื่นเชื่อว่าเป็นเงินตราจริงๆ เป็นแค่การทำขึ้นเพื่อล้อเลียน-ประชดประชันรัฐบาลเท่านั้น

26 พฤศจิกายน 2563 จากกรณีที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ชี้ธนบัตรเป็ดคณะราษฎร ผิดกฎหมายมีความผิดฐานปลอมเงินตรา จี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดี (อ่านต่อที่ "ศรีสุวรรณ" ชี้แบงค์เป็ด ผิดกฏหมาย โทษคุกตลอดชีวิต)

ล่าสุด ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุถึงเรื่องดังกล่าวว่า...

ในส่วนตัวผม ๆ คิดว่า การออกแบงค์เป็ดของกลุ่มนักศึกษา ยังไม่น่าจะเป็นความผิดตามกฎมายอาญา มาตรา 240 เพราะ การปลอมเงินตรา ตามมาตรา 240 ผู้กระทำต้องมีเจตนาทำ หรือลวงให้บุคคลอื่น หรือผู้พบเห็นเชื่อหรือเข้าใจได้ว่า เป็นเงินตรา ที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายจริงๆ

แต่จากภาพและข้อความด้านล่าง ที่เขียนว่า "ข้าพระพุทธเจ้า ราษฎรผู้อิ่มแก๊สน้ำตาและน้ำสารเคมีจากภาษีประชาชน" ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่า ไม่มีข้อความหรือส่วนใด ทำให้ประชาชนเชื่อว่า แบงค์เป็ด เป็นธนบัตรที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

ประกอบกับ เป็นการแจกจ่ายในกลุ่ม แทนเงินตราจริงๆ เพราะเมื่อนำไปซื้อของ (แลก) แล้ว พ่อค้าแม่ค้า ยังต้องนำแบงค์เป็ดไปแลกธนบัตรของจริง ในมูลค่าใบละ 10 บาท

หาก คนใช้ คนรับไว้ เชื่อหรือเข้าใจว่า ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องไปแลกเงิน 10 บาทกับ ผู้ที่นำมาแจก แต่คงจะนำไปใช้สอยหรือซื้อขายต่อๆกันไปครับ

ผมดูที่เจตนาของผู้กระทำมากกว่า

ผมมองว่า กลุ่มนักศึกษา เจตนาทำแบงค์เป็ด เพื่อล้อเลียนทางการเมือง มากกว่าเจตนาปลอมเงินตรา ครับ

ในส่วนการล้อเลียน มีข้อความ "ข้าพระพุทธเจ้า ราษฎรผู้อิ่มแก๊สน้ำตาและน้ำสารเคมีจากภาษีประชาชน" น่าจะเป็นการล้อเลียน ประชดประชัน รัฐบาล ตรงๆ และกระทบไปถึงสถาบัน ซึ่งพอจะเข้าใจในนัยยะได้ แต่ ยังไม่อาจสรุปได้ว่า ผิดกฎหมายมาตรา 112 หรือไม่ เพราะไม่เคยมีแนวคำพิพากษาฎีกาครับ


หลังจากนั้น"ทนายเกิดผล"ยังได้ยกข้อกฎหมายมาอธิบายเรื่องนี้ด้วย โดยระบุข้อความดังนี้...

"พรบ.เงินตรา พ.ศ.๒๕๐๑ มาตรา ๙ระบุห้ามเอาไว้ ว่า "...ห้ามมิให้ผู้ใด ทำ จำหน่าย ใช้ หรือนำออกใช้ซึ่งวัตถุ หรือเครื่องหมายใดๆ #แทนเงินตรา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี..."

คำว่า "แทนเงินตรา" ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยตีความไว้ว่า "... หมายถึง#ใช้แทนเงินตราโดยตรงแต่ถ้าเป็นกรณีที่กำหนดขึ้นมาเพื่อแสดงจำนวนหนี้ การเป็นหนี้ หรือต้องนำไปแลกเป็นเงินตราอีกที (คูปอง)#แบบนี้ไม่ใช่การใช้แทนเงินตรา..." (เที่ยบ ฎีกา ๒๒๓/๒๔๗๗)

หรือ แม้แต่การใช้แทนเงินตราก็จริง แต่ใช้เฉพาะชุมชน และในที่สุดเวลาจะนำออกไปใช้นอกชุมชน ก็จะต้องแลกเป็นเงินตราของไทย อย่างเช่น #เบี้ยกุดชุม แบบนี้ก็ไม่ถือเป็นการใช้แทนเงินตรา

หรือการนำ #บุหรี่ มาเป็นตัวกลางแทนเงินตรา โดยถือว่า ๒ มวนเท่ากับ ๒๐ สตางค์#ก็ไม่ใช่การใช้แทนเงินตรา #โดยตรง(เที่ยบ ฎีกา ๑๕๖/๒๔๙๕)

ปัจจุบัน ต้องถือว่ายังไม่ปรากฏความผิดใดที่จะพอถือได้ว่ามีใช้สิ่งอื่นแทนเงินตราโดยตรงแบบเป็นกิจจะลักษณะมากนัก อย่างมากก็เป็นคูปองหรือวัตถุแทนจำนวนหนี้ เท่านั้น

กรณีที่จะเป็นความผิดตามมาตรานี้ได้จะต้องมีลักษณะ#ทำขึ้นมาใช้แทนเงิน#โดยตรงเลยโดยไม่ต้องไปแลกเป็นเงินที่ใดอีก เช่น #เงินปลอม เป็นต้น

ดังนั้น คูปองเป็ดแบบนี้ ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร ก็ถือว่าไม่เป็นความผิด ส่วนจะผิด#ฐานปลอมแปลงเงินตรา #หรือไม่ก็บอกได้ว่า ไม่ผิดเช่นกัน เพราะดูแล้ว#ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ #เหมือนแต่อย่างใด แต่กลับจงใจทำให้ไม่เหมือนมากกว่า จึงไม่ใช่การปลอมหรือการแปลง"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend