ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"ผู้กองมาร์ค"แนะนายกฯรับฟังข้อเสนอ แก้ปม ที่ สปก.

65 0
ผู้กองมาร์คแนะนายกฯรับฟังข้อเสนอ แก้ปม ที่ สปก.

"ผู้กองมาร์ค" แนะ "นายกตู่" รับฟังข้อเสนอของคนส่วนใหญ่ ก่อนปฏิเสธเสียงแข็ง คำสั่ง ข้อ 4(2) ไม่เอื้อนายทุน ทั้งที่เนื้อหาชัดเปิดทางคนที่ไม่ใช่เกษตรกร ซ้ำการทวงคืน ไม่มีความคืบหน้า ขัดเจตนาเดิมของกฎหมาย แสดงอาการกินปูนร้อนท้อง

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. ที่นำไปใช้ประโยชน์ผิดประเภทมาเป็นปี จนกระทั่งมีคำสั่งคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ตามข้อ 4 (2) เป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา พาณิชยกรรม เกษตรอุตสาหกรรม การคมนาคม การขนส่ง การท่องเที่ยว หรือการบริหารสาธารณสุข เป็นต้น

คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งเนื้อหาทำให้คนส่วนใหญ่อดคิดไม่ได้ว่าเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุนหรือไม่ และการที่มีคนของฝ่ายรัฐบาลออกมาปฏิเสธเป็นเวลาหลายวันโดยอ้างว่าคำสั่งดังกล่าวมิได้เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มนายทุน และจะดำเนินการทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. ที่พบว่าเป็นการใช้ผิดประเภท ซึ่งล่วงเลยมานานเป็นปี และยังไม่มีความคืบหน้าปรากฎอย่างชัดเจน เลยยิ่งทำให้สังคมสงสัยว่าเป็นการกินปูนร้อนท้องหรือไม่

เพราะแทนที่จะรับฟังถึงข้อเสนอแนะของคนส่วนใหญ่ แต่กลับรีบออกมาปฏิเสธโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของเกษตรกรที่มีรายได้น้อยและไม่มีที่ดินทำกิน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าขัดต่อเจตนารมณ์ที่เคยกำหนดไว้ตั้งแต่ในอดีตเป็นอย่างมาก


ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีโรงงานและโรงแรมอีกเป็นจำนวนมากที่บุกรุกที่ดินของ ส.ป.ก. และยังไม่ได้มีการยึดคืนแต่อย่างใด หาก พล.อ.ประยุทธ์ มีความตั้งใจจริง ก็ควรที่จะกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติการดังกล่าว เช่นควรกำหนดระยะเวลาที่จะยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากคนที่บุกรุกรวมถึงโรงงาน โรงแรม และกิจการต่างๆ ที่ไม่ตรงตามระเบียบของ คปก. ซึ่งควรที่จะกำหนดระยะเวลาเป็นที่แน่นอนเช่น ภายใน 30 วัน โดยประชาชนจะต้องสามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้จริง และควรที่จะมีการรายงานผลผ่านเว็บไซต์แบบตามเวลาจริง

และจากการที่รัฐบาลหวังจะได้เงินจากการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ นั้น ก็เป็นการสนับสนุนที่ไม่ถูกวิธี เพราะทิศทางการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่สามารถส่งเสริมรายได้ให้กับภาครัฐและเอกชนได้อย่างยั่งยืนนั้นควรจะเป็น การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Eco-Tourism) และการที่อ้างว่าจะทำตามแผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก็เป็นการแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ ซึ่งเป็นการถอยหลังเข้าคลอง เพราะปัจจุบันเป็นยุคโลกแห่งวิถีชีวิตปัจจุบัน (NOW NORMAL) ธุรกิจและรัฐบาลทั้งโลกได้มีการปรับยุทธศาสตร์กันทุกวัน แต่ไทยเรายังหันกลับมาใช้ยุทธศาสตร์ที่คิดไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แบบนี้ประเทศเราจะพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างไร

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend