ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ผบก.แถลงข้อเท็จจริงหลังถูกแฉไม่จ่ายเบี้ยเลี้ยงตร.คุมม็อบ

1.09K 12
ผบก.แถลงข้อเท็จจริงหลังถูกแฉไม่จ่ายเบี้ยเลี้ยงตร.คุมม็อบ

ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด แถลงข้อเท็จจริง กรณี ชุดควบคุมฝูงชนโพสต์เรื่องเบี้ยเลี้ยงน้อยและอาหารการกินไม่ดี เป็นเรื่องไม่จริง เพราะเคยกินแต่อาหารอีสานรสจัด และไม่ชินข้าวกล่องรสจืด เลยโพสต์เรียกคะแนนสงสารและขอความเห็นใจกันในกลุ่มเล็กๆ แต่มีคนเอาไปโพสต์ที่อื่นให้เข้าใจผิด ซึ่งได้เรียกเตือน ดต.ชั้นประทวนทั้ง 2 นายแล้ว ส่วนจะลงโทษหรือไม่จะพิจารณากันอีกครั้งภายหลัง

ผู้สื่อข่าว ติดตามความคืบหน้ากรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดควบคุมฝูงชนโพสต์ข้อความ ที่ปรากฏทางโซเชียล และชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม หัวข้อตำรวจไทยยุคนี้มาถึงจุดนี้ได้ยังไง โดยกล่าวถึง หนังสือ แจ้งผู้บังคับบัญชา ราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรจังหาร ที่โพสต์ข้อความ กล่าวว่าเนื่องจากน้องตำรวจชุดควบคุมฝูงชน ไม่เป็นไรจ้าที่ที่กรุงเทพฯ เบี้ยเลี้ยง พี่ได้ไม่พอใช้จ่าย ข้าวกล่องที่รับแจกก็กินไม่อิ่มต้องซื้อกินเอง ข้าวเย็นที่ส่งมา บางครั้งกินไม่ทันก็บูดใช้กินไม่ได้ ต้องออกเงินซื้อมากินเอง จนไม่มีเงินซื้อข้าว วอนขอความเห็นใจ จากข้าราชการตำรวจ สถานีเดียวกัน ให้ช่วยบริจาคเงินช่วยเหลือตามที่เป็นข่าว ทางโซเชียล อย่างกว้างขวางนั้น

วันนี้เวลา 11:30 น พลตำรวจตรีไพโรจน์ มังคลา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย พันตำรวจเอก วันชัย วินทะสมบัติ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เรียกตัว พันตำรวจเอก ธันย์พศิน เพ็งพี ผกก.จังหาร มาชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมกับ ตรวจสอบการบันทึกข้อความ การสอบสวน ข้อเท็จจริง ที่ดาบตำรวจนิรุตต์ สิทธิเสนา ตำแหน่งผบ. หมู่(ป)สภ.จังหาร ที่ เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ในชุด ควบคุมฝูงชน ที่โพสต์ข้อความดังกล่าว ทางโซเชียลในกลุ่ม 11 คน ที่เดินทางไป ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ แล้วข้อความดังกล่าว ได้มีการนำไปโพสต์ต่อในกลุ่มอื่น จนกระทั่งเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ในลักษณะว่า คล้ายกับถูกอมเบี้ยเลี้ยง และอาหารการกิน ไม่สมบูรณ์ จนต้องโพสต์ขอความเห็นใจ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหาย มาให้ ผู้บังคับการทำการตรวจสอบ ที่ห้องประชุมส่วนตัวของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ก่อนที่จะร่วมกันแถลงข่าวถึงข้อเท็จริงดังกล่าว ที่ห้องประชุมใหญ่ภ.จว101 

โดยมี พลตำรวจตรีไพโรจน์ มังคลา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด พ.ต.อ.วันชัย วินทะสมบัติ และพ.ต.อ.จรูญ นวมทอง รองผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัด ร่วมแถลงข่าว และชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ให้ประชาชนทราบ

โดยทางด้านผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดร้อยเอ็ด ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการเข้าใจผิด และข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นไปตามนั้น เพราะก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา วันนี้ก็ได้ลง ไป ให้กำลังใจกับผู้ปฏิบัติงาน ที่กรุงเทพฯ และดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้อง ตำรวจ ที่เดินทางไปจากจังหวัดร้อยเอ็ดสามกองร้อยก็พบว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้มีปัญหาความอยู่ ที่ลำบากแร้นแค้น แต่อย่างใด เนื่องจาก ทั้งหมดได้พักที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม โพธิญาณมหาวิชชาลัย  พุทธมณฑล โดยห้องพักเป็นห้องปรับอากาศไม่พบว่ามีปัญหาแต่อย่างไร รวมทั้งตรวจสอบอาหารการกินก็ไม่ได้มีปัญหา เนื่องจากอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ดี


 แต่ก็มีปัญหาความผิดพลาดอยู่บ้าง เนื่องจาก เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินทางมาจากภาคอีสาน ที่ไม่ชินกับการรับประทานอาหารพื้นบ้านแบบคนอีสาน เคยกินอาหารรสจัด ลาบก้อย ที่อาจจะไม่ชิน อาหารไม่ถูกปาก กับการกินข้าวกล่อง ซึ่งตนก็เน้นให้ทุกคนอดทน ซึ่งทุกคนก็รับได้และบอกว่าไม่มีปัญหา เพราะอยู่อีกไม่กี่วันก็จะได้กลับมาผลัดเปลี่ยนกำลังส่งกลับมา2กองร้อย แล้วส่งชุดใหม่2กองร้อยไปเสริม คนต่างด้าว พ.ต.อ.วันชัย รองผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด นำลงไปผลัดเปลี่ยนให้ครบ 3 กองร้อย ซึ่งการที่ตนลงไปให้กำลังใจ ยืนยันว่านอกจากจะไม่ขาดแคลนอาหารและไม่เดือดร้อนด้านที่พักอย่างแน่นอน ซึ่งก่อนที่จะเดินทางกลับตนเกรงว่าจะเกิดปัญหาด้านความเป็นอยู่ แม้จะได้รับการจัดสรรงบประมาณให้ใช้สอยกองร้อยละ 15,000บาท แล้วก่อนเดินทางกลับยังมอบเงินสนับสนุนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้อีก 10,000 บาทอีกต่างหาก

สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นจากการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วไม่ได้เกิดจากความบกพร่องด้านความเป็นอยู่ หรือด้านอาหารการกิน แต่เกิดจากความไม่ชินในอาหารเลยโพสต์กันในกลุ่ม สภ.จังหาร เพื่อสื่อสารกันในลักษณะขอความเห็นใจและสร้างคะแนนสงสารและสนุกสนานกันในกลุ่มเล็ก แต่เกิดเรื่องขึ้น เพราะเกิดมีคนในกลุ่มนำไปโพสต์แชร์ต่อในกลุ่มอื่นทำให้เกิดการเข้าใจผิดและถูกมองในมุมที่เสียหายและถูกนำไปวิพากย์วิจารณ์ในเชิงลบ ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงจัดแถลงข้อเท็จจริงให้ทราบ ให้ช่วยสื่อไปถึงประชาชนให้เข้าใจต่อไป

ส่วนสำหรับคนที่แชร์ข้อความจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดทั้ง2คน ที่มียศดาบตำรวจนั้น ได้รู้ตัวสั่งให้ว่ากล่าวตักเตือนไปก่อน ส่วนจะดำเนินการเอาผิดหรือลงโทษเพื่อไม่ให้นึกสนุกก็โพสต์ข้อความโดยไม่คิด ก็อาจจะมีการพิจารณาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาดำเนินการต่อไป. 

เรื่องโดย ธวัชชัย กฤติยาวรกุล | ภาพโดย ธวัชชัย กฤติยาวรกุล
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend