เนชั่นทีวี

ข่าว

‘หมอเหรียญทอง’ชี้ โควิดชายแดนเป็น ‘ภัยคุกคาม’

10 ก.ย. 2563 | rachsanon_nao

‘หมอเหรียญทอง’ชี้ โควิดชายแดนเป็น ‘ภัยคุกคาม’

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทย ที่มีชายแดนติดต่อกันนั้น ทำให้หมอเหรียญทอง ออกมาโพสต์ข้อความยาวเหยียด ชี้ให้เห็นว่าภัยคุมคามจากแนวตะเข็บชายแดนนั้นควรมีการรับมือพร้อมเสนอแนวทางควบคุมในเชิง ยุทธการ

ด้วยความเป็นห่วงเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศเพื่อนบ้านของไทย หมอเหรียญทอง จึงโพสต์เฟซบุ๊ก 'เหรัยญทอง แน่นหนา'นำเสนอการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อร้าย ในเมืองไทยระรอก 2 ในเชิงยุทธการ


สถานการณ์ระบาดโควิด-19 ในเมียนมาร์มิได้เป็นภัยคุกคามแค่ชายแดนไทยด้านทิศตะวันตกและทิศเหนือเท่านั้น แต่การระบาดโควิด-19 จากเมียนมาร์จะสามารถลุกลามไปยังลาวได้ เพราะเมียนมาร์มีชายแดนติดต่อกับลาวซึ่งจะส่งผลให้ภัยคุกคามโควิด-19 ขยายผลมายังชายแดนไทยด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวชายแดนลาว-ไทยได้ด้วย ทั้งนี้ยังหมายรวมถึงความเสี่ยงจากภัยคุกคามโควิด-19 จากเวียตนามที่'อาจ'คุกคามไทยผ่านลาวและกัมพูชา




สถานการณ์ระบาดโควิด-19 ในหลายประเทศเกิดการระบาดระลอกที่ 2 และบางประเทศก็มีระลอกที่ 3 แล้ว ไทยยังมีแค่ระลอกที่ 1 เพียงระลอกเดียว ไทยจะหวังความโชคดีว่าเกิดระลอกเดียวไม่ได้นะครับ มันประมาท อีกทั้งหากเกิดการระบาดผ่านแนวชายแดนไทย ไม่ว่าจะฝั่งเมียนมาร์ก็ดี ลาวหรือกัมพูชาก็ตาม การระบาดจะกระจายพื้นที่เป็นวงกว้างจากชุมชนตามแนวชายแดนกระจายพื้นที่สู่เมืองรองในภูมิภาคก่อนเข้าสู่เมืองหลักและใจกลางราชอาณาจักรไทย สถานการณ์การระบาดจะมีรูปแบบการระบาดที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการระบาดระลอกแรกที่เกิดขึ้นจากกรุงเทพฯและเมืองหลักแล้วกระจายออกสู่เมืองรองในภูมิภาค การแพร่ระบาดที่มีการกระจายพื้นที่จะทำให้ยากต่อการควบคุมสถานการณ์ อีกทั้งยังทำให้เกิดการกระจายทรัพยากรทางการแพทย์มาก สิ้นเปลืองงบประมาณสูง ประสิทธิผลการรักษาอาจพร่องลงได้ โดยความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว ผมเห็นว่าหากเราสามารถทำได้ เราควรพิจารณาการเผชิญภัยคุกคามโควิด-19 ในเชิงยุทธการ โดยแบ่งลำดับขั้นปฏิบัติการ [Echelon of Operation] ออกเป็นลำดับขั้นดังนี้

‘หมอเหรียญทอง’ชี้ โควิดชายแดนเป็น ‘ภัยคุกคาม’


1.1ลำดับขั้นที่1 :การเผชิญภัยคุกคามโควิด-19นอกราชอาณาจักรไทย(เปรียบเสมือนการขยับขอบหน้าพื้นที่การรบออกนอกชายแดนไทยออกไป)โดยอาศัยความตกลงระหว่างประเทศของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน[Asean Economics Community , AEC]โดยไทยประสานความร่วมมือระหว่างประเทศกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อควบคุมสถานการณ์ระบาดให้สามารถควบคุมได้หรือสิ้นสุดลงในประเทศนั้นๆโดยไทยเสนอตัวเข้าเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นพี่เลี้ยงในด้านองค์ความรู้ความชำนาญเทคโนโลยี[ส่วนงบประมาณนั้นก็ต้องแล้วแต่ประเทศใครประเทศมันนะครับ]ความตกลงระหว่างประเทศของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน[Asean Economics Community , AEC]ผมมะโนเอาเองนะครับว่าน่าจะมีเรื่องความร่วมมือในการจัดการสาธารณภัยรวมอยู่ด้วยภัยจากโรคระบาดคือสาธารณภัยครับทั้งนี้สถานการณ์ระบาดโควิด-19ในประเทศเพื่อนบ้านและแนวชายแดนไทยซึ่งเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบของฝ่ายความมั่นคงดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้'ปฏิบัติการร่วมแพทย์ทหาร'ระหว่างกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่มีการจัดตั้ง'ศูนย์แพทย์ทหารอาเชียน'อยู่แล้วอย่างไรก็ตามยังคงต้องอาศัยทรัพยากรจากฝ่ายพลเรือนซึ่งมีองค์ความรู้ทั้งทางวิชาการและเทคโนโลยีตลอดจนผู้เชี่ยวชาญที่ครบครันมากกว่าสายแพทย์ทหารเป็นสำคัญ

1.2ลำดับขั้นที่2 :การปิดชายแดนซึ่งได้ดำเนินการอย่างดีแล้ว


1.3ลำดับขั้นที่3 :การเตรียมพื้นที่กันชน[Buffer area]หลังแนวชายแดนโดยล๊อคดาวน์พื้นที่หลังแนวชายแดนระยะ1-5กิโลเมตร(สมมตินะครับ)จากแนวชายแดนแล้วตั้งจุดตรวจสกัดกั้นเปรียบเสมือนการสร้างระยะห่าง[Distancing]ระหว่างประเทศในทำนองเดียวกันกับระยะห่างทางสังคม[Social Distancing]นั่นแหละครับ[ผมขออนุญาตเรียกว่าNational Distancingก็แล้วกันนะครับ]พื้นที่กันชน[Buffer area]หลังแนวชายแดนไทยจะเป็นพื้นที่ล๊อคดาวน์ที่มีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อการควบคุมโรคอย่างเข้มข้นภายในพื้นที่กันชนจะใช้หน่วยทหารในสังกัดกระทรวงกลาโหม-กองทัพกระจายการวางกำลังโดยมีการจัดตั้ง'ค่ายกักกันโรค[Buffer State Quarantine]'และรพ.สนามสำหรับผู้เล็ดรอดจากลำดับขั้นที่2ซึ่งจำเป็นต้องกักกันโรคและ/หรือรักษาโรคตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขทั้งนี้เมื่อปลอดเชื้อแล้วให้ส่งกลับประเทศต้นทางตามข้อตกลงระหว่างประเทศ

ด้วยความปรารถนาดีต่อชาติและประชาชนครับ

พลตรีเหรียญทองแน่นหนา

อดีตนายทหารยุทธการกรมแพทย์ทหารบก

9ก.ย.63เวลา9.00น.

‘หมอเหรียญทอง’ชี้ โควิดชายแดนเป็น ‘ภัยคุกคาม’

‘หมอเหรียญทอง’ชี้ โควิดชายแดนเป็น ‘ภัยคุกคาม’

ขอบคุณข้อมูล : FB เหรียญทอง แน่นหนา 

ข่าวล่าสุด