(6 สิงหาคม 2563) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา ถึงข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 รวมถึงหลายพรรคการเมือง เห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 นั้น ยังไม่พอ แต่ต้องแทงที่กลางหัวใจ คือ แก้มาตรา 272 ห้าม ส.ว. แต่งตั้งเลือกนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ การแก้มาตรา 256 เป็นเพียงเปิดช่องทางให้ไปแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่การที่ให้ส.ว.ซึ่งมาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร มาร่วมเลือกนายกฯนั้น ถือไม่เป็นประชาธิปไตย และเกิดปัญหาทำให้คนแตกแยก แบ่งฝั่งกันทั้งที่ไม่จำเป็นควรจะแก้ไข ซึ่งถ้ามองในแง่ "ปฏิบัตินิยม" การให้ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร ร่วมลงมติเลือกนายกฯ ตามบทเฉพาะกาล 5 ปีแรก ถือเป็นกลไกที่ไม่มีความจำเป็น
อย่างไรก็ตาม เพราะบุคคลที่จะเป็นนายกฯ ต้องได้เสียงส.ส.มากกว่าครึ่งของสภาผู้แทนราษฎร หากได้คะแนนเสียงไม่ถึงตามเงื่อนไขนี้ แล้วดันทุรังเอาเสียง ส.ว. มาดันตัวเองเป็นนายกฯ สุดท้ายจะเป็นนายกได้ไม่ถึง 1 เดือน ก็จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยแพ้โหวตจากสภาฯ เพราะเสียง ส.ส.ไม่พอ